แบบทดสอบจริยธรรม ภาค...

posted on 07 May 2008 14:33 by wildlord  in SenseLeSS

กติกู

แบบทดสอบนี้มีคำถามเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นคำถามที่สำคัญยิ่ง

หากคุณตอบคำถามนี้อย่างสัตย์ซื่อ คุณจะสามารถตรวจสอบจุดยืนทางจริยธรรมของตัวเองได้

หลังสถานการณ์จำลอง เราจะถามคำถาม เพื่อทดสอบการตัดสินใจของคุณ

จงจำขึ้นใจว่า คุณต้องตอบคำถามดังกล่าวอย่างสัตย์ซื่อและตอบทันควันตามสัญชาตญาณส่วนลึกของคุณ

โปรดอ่านสถานการณ์จำลองข้างล่างนี้อย่างช้าๆ

โดยพิจารณาความอย่างละเอียดทุกตัวอักษร

สถานการณ์จำลอง

สมมติว่า ขณะนี้คุณอยู่ที่เมืองไมอามี่ รัฐฟลอริดา รอบตัวคุณเต็มไปด้วยความพินาศย่อยยับจากพายุเฮอริเคน และน้ำท่วมใหญ่

ตัวคุณคือช่างภาพหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ผู้โชคดีมีชีวิตรอดอยู่ท่ามกลางภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

สถานการณ์เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

มองไปที่ใดก็เห็นแต่ซากผู้คนและบ้านเรือนซึ่งถูกน้ำพัดพา ด้านตัวคุณพยายามจะถ่ายภาพชิ้นเอกที่โดดเด่นที่สุดในชีวิตการทำงาน

ภาพซึ่งสะท้อนความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ

ภาพแห่งชีวิต

แบบทดสอบ

ทันใดนั้น คุณมองเห็น ชายผู้รอดชีวิตอีกคนจมอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยว เขากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเองอย่างหนักหน่วง

คุณพยายามเคลื่อนตัวไปใกล้ชายผู้นั้น

หน้าตาของเขาแลดูคุ้นเคย

ไม่ถึงวินาที

คุณก็ตระหนักชัดในทันใดว่า เขาคือ พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง!!!!!!!!!!!!!!!!

วินาทีเดียวกับที่คุณรู้ว่าเขาคือใคร

สายน้ำอันเชี่ยวกรากก็กำลังจะพรากชีวิตของเขาให้จมดิ่งอยู่ใต้บาดาลตลอดกาล

ตอนนี้ คุณมีทางเลือกสองทาง

ทางหนึ่งคือยื่นมือเข้าช่วยชีวิตนายก

อีกทางหนึ่งคือ กดชัตเตอร์ถ่ายภาพระดับรางวัลพูลิตเซอร์

ภาพซึ่งบันทึกวาระสุดท้ายของอดีตนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

คำถามข้างล่างนี้คือคำถามเพียงหนึ่งเดียวของเรา

โปรดตอบคำถามด้วยความสัตย์ซื่อ

เพื่อค้นหาจุดยืนทางจริยธรรมของตัวคุณเอง























คุณจะเลือกใช้ฟิล์มสีหรือฟิล์มขาวดำ

 

ที่ไปก็อปทั้งดุ้นมา.... ไร้สาระนุกรม

 ซึ่งไปก็อปมาลงอีกทีจากฟอร์เวิร์ดเมล 

เอามาเก็งข้อสอบครับ โดยคำถามมี25ข้อ ข้อละ4คะแนน เต็ม100คะแนน

 

คุณเรียกชื่อเว็บนี้ว่าอะไร

อันไซโคลพีเดีย
อันไซโคลพีเดียไทย
ไร้สาระนุกรม
วิกิพีเดียไร้สาระ

คุณเข้าหน้าไหนบ่อยที่สุด

หน้าหลัก
ค้นหา
ปรับปรุงล่าสุด
โครงการอื่น

คุณใช้บริการโครงการไหนมากที่สุด

บอร์ด/สภาน้ำชา
ไร้วิทยาลัย
ไร้ภาพ
ไร้ข่าว

อะไรในหน้าหลักที่เกิดขึ้นอันแรกๆ

บทความแนะนำ
ไร้ข่าว
วันนี้ในทุกชาติภพ
มีเรื่องจากภาพ

อยากเขียนบทความควรทำอะไรก่อน

ศึกษาวิธีการเขียนจากบทความต่างๆในเว็บนี้
ศึกษาวิธีการเขียนจากบทความต่างๆในวิกิพีเดีย
ศึกษาวิธีการเขียนจากเริ่มต้น
ไม่ต้องศึกษา เริ่มเขียนแม่งเลย

ถ้าอยากบริจาค ควรบริจาคอะไร

เงิน
ความศรัทธา
ความเกรียน
กล้วย

หากจะดื่มของมึนเมา คุณควรปรึกษา?

Brandy Frisky
WildLorD
Pakorn
LK
Mr.Energy

หากอยากจะคุยเเรื่องรถ ควรพูดกับ?

WildLorD
LK
Al
Mr.Energy
หมูแฮม

ถ้าอยากเข้าสายมืด คุณควรติดต่อ?

WildLorD
Boboverlord
LK
Al
Mr.Energy

ใครต่อไปนี้ที่เป็นผู้ชาย

WildLorD
Phantomthief
LK
Al
Mr.Energy

ใครต่อไปนี้ที่หน้าตาดี

Wildlord
Boboverlord
BiteAdust
Brandy Friskey
Pakorn

ใครต่อไปนี้ที่อาจไม่บริสุทธิ์แล้ว

Brandy Frisky
Pakorn
Phantomthief
WildLorD
Mr.Energy

ใครต่อไปนี้ที่มีคนที่แอบชอบแล้ว

Wildlord
Boboverlord
Pakorn
LK
Mr.Energy

ใครที่ไม่ควรเข้ามาในเว็บ

เกรียน
ติ่งหู
แฟนพันธุ์แท้
ผู้ดูแลวิกิพีเดีย
Mr.Energy

หากไม่ชอบบทความใดควรทำอย่างไร

แจ้งผู้ที่มีอำนาจ
คุยที่หน้าพูดคุย
ลบทั้งหน้า
ตั้งกระทู้ร้องเรียน
ฟ้องไอซีที

หากไม่รู้ว่าจะเขียนไรต่อ ควรจะ...

ทิ้งว่างไว้
หาคนช่วยเขียน
พยายามเขียนให้ได้
พิมพ์ไปว่า ข้อมูลปกปิด
พิมพ์ไปว่า ใครก็ได้ช่วยมาเขียนต่อหน่อย

คนที่มีอำนาจในการดูแลในเว็บคือใคร

เว็บมาสเตอร์
แอดมิน
ผู้ดูแล
สภาเผ่า
Mr.Energy

การรบกวนเว็บถูกเรียกว่า...

การก่อกวน
การก่อเกรียน
การกลั่นแกล้ง
การรบกวน
Mr.Energy

แถบ"ประวัติ"ใช้ทำอะไรมากสุด

ดูประวัติการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาล่าสุด
ดูชื่อผู้เขียนและแก้ไข
ดูพัฒนาการของบทความ
ย้อนการเปลี่ยนแปลง
ย้อนการแก้ไขของ Mr.Energy

พอพูด"นักร้อง"นึกถึง?

เกย์
ลิงอุลังอุตัง
ดีแค่หน้า แต่ร้องห่วย
โซคูล! (เพราะเป็นโซคูลเลี่ยน)
Mr.Energy

พอพูด"นักกีฬา"นึกถึง?

ปลามังกร
พาราคอน สีฉ่าดวย
Mr.D
นางงามจักรยาน
Mr.Energy

พอพูด"การแข่งรถ"นึกถึง?

แฮม
สาย 8
รถแข่งมินิ
รถแข่งทามิย่า
Mr.Energy

พอพูด"ฟุตบอล"นึกถึง?

วินนิ่ง
วินนิ่ง
วินนิ่ง
วินนิ่ง
Mr.Energy

หากต้องการมีเซ็กซ์ควรทำอย่างไร?

ยื่นถุงยางให้อีกฝ่าย
กระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายแล้วบอกว่าอยากมีเซ็กซ์
ยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อเชื้อเชิญให้ร่วมเพศ
โทรศัพท์ไปหา แล้วบอกว่า "เอ้ย ขอเย็ดหน่อยเดะ"
Mr.Energy

ชื่อเต็มของ ทุจศิล มีชื่อว่าอะไร

พระเดชพระคุณเหนือหัว พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด
พระเดชพระคุณพ่อเหนือหัวเจ้าท่าน พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด
พระเดชพระคุณท่านพ่อเหนือหัวพระบิดา พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด
พระเดชพระคุณเหนือหัวพระเจ้าบิดาท่าน พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด
พระเดชพระคุณพ่อเหนือหัวเจ้าบิดาท่าน พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด

 

 

http://uncyclo-th1.funtest.biz/

 

เคล็ดเล็กๆในการทำข้อสอบนี้ให้ได้คะแนนสูง

1 เข้าไปใช้ไร้สาระนุกรมสม่ำเสมอ

2 ศึกษากฏระเบียบไร้สาระนุกรม

3 ขวนขวายหาบทความอ่านหลายๆบทความ ไม่ใช่เข้าแต่ที่คนอื่นแนะนำหรือแค่แปะอยู่หน้าเว็บ

4 เข้าร่วมสังคมไร้สาระนุกรมกับเขาบ้าง ผู้ใช้ขาประจำน่ะ พูดคุยกับเขาหรือหัดตั้งกระทู้บ้าง

5 บางคำถาม คำตอบอยู่ที่บทความในไร้สาระนุกรมนั่นแหละ เช่น "ใครต่อไปนี้หน้าตาดี" ก็ให้ดูที่บทความ คนหน้าตาดี เป็นต้น

6 อย่างงกับการเลือกคำตอบ เพราะคำตอบมีได้หลายข้อ

 

 

เมื่อผมเจอกับสิบแปดมงกุฏ

โดยปรกติแล้ว ผมคิดอยู่เสมอว่า พวกขอทาน พวกขายของและบริจาค หรือพวกที่เข้ามาขอเงินเพราะหลงทางเป็นพวกสิบแปดมงกุฏทุกคน ดังนั้นผมเลือกที่จะไม่ให้ทุกครั้งไป

แต่ผมก็รู้สึกสำนึกผิดขึ้นมา ว่าผมยอมที่จะเป็นคนใจร้ายแล้งน้ำใจแทนที่จะยอมโง่ให้เขาหลอก แต่ผมก็ไม่อยากจะเป็นทั้งสองอย่าง แล้วผมจะทำอย่างไรดี? ลองมาอ่านเรื่องนี้กันครับ

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่เพิ่งเจอสดๆร้อนๆของผม เมื่อวันที่ 25 เมษา 2551 ตอนเที่ยงนี้เอง
เรื่องนี้มีอยู่ว่า วันนี้ผมได้ไปทำธุระที่ศิริราช ระหว่างทางกลับนั้นเอง ตรงบริเวณทางออกโรงพยาบาลใกล้ๆกับจุดยูเทิร์นก้มีผู้หญิงรูปร่างท้วม ตาเข ท่าเดินเหมือนขาเป๋ อายุราว30 คนหนึ่งมายืนขอเงินค่า

เดินทางครับ
รายนี้เท่าที่ผมสังเกตค่อนข้างไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะท่าทางของเขาจัดจ้านน่าดู พูดจาฉะฉานแต่ดูนุ่มนวล แถมเดินเข้าไปขอเงินคนที่ผ่านไปผ่านมาเองเลยทีเดียว
ส่วนผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ โดยเขาเข้ามาหาผมและยื่นมือมาให้ดู เห้นเหรียญห้าหนึ่งเหรียญและเหรียญบาทอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมกับพูดว่าเงินไม่พอ ขออีกหนึ่งบาท
โดยปรกติผมก็ไม่คิดจะให้หรอกครับ แต่พอดีผมเคยคิดเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ดูเล่นๆว่าหากเกินเหตุการณ์เช่นนี้อีกผมจะทำอย่างไร?? (เคยเจอมาหลายรอบแล้ว)
แล้วผมก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ ผมหันเข้าไปทันทีแล้วบอกว่า จะไปไหนเหรอครับ?

เขาใช้เวลาคิดอยู่นานโข แล้วตอบว่าจะไป ศึกษาภัณฑ์
(ข้อสังเกต! ลองถามเขาดู ถ้าคิดนานแปลว่าเขามีสิทธิ์ที่จะเป็นสิบแปดมงกุฏ)
(และเป็นตำแหน่งที่ดีด้วย จากศิริราชไปต้องข้ามเรือ และต่อรถเมล์ซึ่งเงินที่มีขาดอยู่อีกไม่กี่บาทเอง)

ผมก็เลยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือและบอกว่าจะเรียกรถแท๊กซี่ให้

แต่เขาก็ปฏิเสธครับ โดยบอกทันทีว่ามันหลายร้อยนะ
(ข้อสังเกต! ถ้าคุณปฏิเสธความหวังดีใครคุณจะบอกว่ามันแพงไหม? แต่คุณน่าจะบอกทำนองว่า "เกรงใจรบกวนมากเกินไป" มากกว่าใช่ไหม? แต่การที่คุณพูดถึงเรื่องเงินแปลว่าคุณคิดถึงเงินอยู่!)

ผมก็ไม่สน ผมเรียกแท๊กซี่ในทันที มันรอดตัวไปเพราะแท๊กซี่ไม่รู้ทาง ในระหว่างที่ผมเรียกเขาก็ออกไปเรี่ยไรขอเงินคนอื่นอีก
(ข้อสังเกต! เขาไม่สนใจคุณเลย แต่สนใจขอตังค์อย่างดียว)

ส่วนผมเองที่เรียกเสร็จก็ลองหาเรื่องชวนคุยดู โดยถามว่า "จะไปซื้ออะไรเหรอครับ?"
ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรแต่พอคิดได้ทีหลังผมก็นึกขำตัวเองว่าถามได้ดีจริงๆ ก็ในเมื่อคนมันไม่มีตังคแม้จะเดินทาง มันจะไปซื้อของได้ยังไง?

แล้วเขาก็ตอบมาว่า จะไปซื้อผ้าอนามัย!
(ข้อสังเกต! คนไม่มีตังค์เดินทางจะซื้อของได้ไหม? และซื้อผ้าอนามัยที่ศึกษาภัณฑ์เนี่ยนะ เท่าที่ผมจำได้มันเป็นสถานที่ขายของสำหรับการศึกษาไม่ใช่เหรอ?)

หลังจากนั้นผมก็เรียกแท็กซี่ต่ออีก แต่ก็ไม่มีใครรู้ทางอีก จนกระทั่งระหว่างนั้นมีเด็กวัยรุ่นราวม.ต้นสองคนเดินผ่านมา เขาก็ไปขอ
จากท่าทางของทั้งสองเหมือนจะให้ ผมเลยเข้าไปปาดหน้าทันที โดยพูดว่า "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะเรียกแท๊กซี่ให้เขาเอง"

เท่านั้นแหละ เขาก็มาด่าผมในทันทีโดยพูดว่า"มันไม่ใช่คนรู้จัก มันจะมาหลอกฉัน" แล้วก็ด่าผมเสียหายต่างๆนาๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้ายังพูดสุภาพกับผมอยู่เลย
(ข้อสังเกต! ถึงแม้จะด่าผม แต่เสียงก็ยังเบามากๆ ได้ยินกันแค่สามสี่คนตรงนั้นเอง คงจะกลัวเป็นที่สนใจหากคนอื่นได้ยินมั้ง?)

แล้วผมก็ผละออกมาเลยครับ หมดหน้าที่ผมแล้ว ผมรู้แล้วว่าคนๆนั้นเป็นสิบแปดมงกุฏแน่นอน
แต่เสียดายจริงๆ ที่น้องสองคนนั้นยังให้เงินเขาไปอีก แต่ไม่เป้นไร อย่างน้อยผมก็ได้บอกให้เขารู้แล้วว่า คนๆนั้นเป้นสิบแปดมงกุฏอย่างแน่นอน

สรุป


หากเจอคนบอกว่าหลงทาง หรือเงินไม่พอมาขอเงินคุณ

1 สังเกตดู ว่าเขาอยู่ที่ไหน บางครั้งไปหลงที่ไม่น่าจะหลง หรืออยู่ในสถานที่ไม่น่าจะอยู่ และมักเป็นที่คนพลุกพล่าน
2 พยายามชวนคุย ลองถามดูว่าจะไปไหน ไปทำอะไร บางทีเขาจะเผยไต๋ออกมาเอง
3 ลองบอกว่าจะเรียกแท๊กซี่หรือรถรับจ้างให้เขา ถ้าเขาปฏิเสธ และเล็งที่จะเอาเงินค่าเดินทางมากกว่า น่าจะเป็นสิบแปดมงกุฏ
4 ลองแนะนำให้ไปหาตำรวจให้ช่วยดู เขาน่าจะปฏิเสธ

แล้วถ้าคุณต้องการจะช่วยจริงๆควรจะทำอย่างไร?

1 อย่าให้เงิน ถ้าจะให้เพียงอย่างเดียวก็อย่าให้เลยดีกว่า
ไม่ว่าจะเท่าไหร่ก็ตาม คุณไม่ได้ช่วยใครเลย คุณไม่ได้บุญหรอก แต่คุณกำลังจะได้บาปต่างหาก เพราะคุณไม่ได้คิดจะช่วยเขาจริงๆ คนที่เข้ามาขอ เขาจะขอจำนวนเงินที่เราคิดว่าเป็นเศษเงินครับ การที่เราให้เงินไปก็เหมือนให้ในสิ่งที่เราไม่ต้องการแล้วให้กับผู้อื่น
* ในสายตาผมมันเหมือนกับการทิ้งขวดน้ำพลาสติกลงถังขยะแล้วรอให้คนจรจัดมาเก็บขวดน้ำนั้นไปขายเอาเงิน คุณได้บุญไหม?
* หากคุณให้แล้วเขาเป็นสิบแปดมงกุฏ คนพวกนี้ก็จะมากขึ้น
* คนที่โดนพวกนี้หลอก พวกเขาอาจจะไม่ยอมให้เงินใครอีก แล้วหากมีคนเดือดร้อนจริงๆมาล่ะ แล้วใครจะช่วยพวกเขา?

2 ช่วยเหลือให้เต็มที่ เรียกรถรับจ้างให้เขา
(พร้อมจ่ายเงินให้คนขับโดยตรงด้วย)
ถ้าคุณจะช่วย คุณต้องช่วยด้วยวิธีนี้ครับ การที่ช่วยด้วยวิธีนี้แม้จะเปลืองเงินกว่าและเสียเวลา แต่คุณก็ได้ช่วยคนๆนั้นและสังคมอย่างแท้จริงครับ
* หากเขาเป็นสิบแปดมงกุฏจริง เขาไม่ไปหรอก คุณก็จะฉีกหน้าเขาได้ และเขาก็จะมีโอกาสสูงที่จะไม่ไปหลอกใครอีก
* หากเป็นคนเดือดร้อนจริง คุณได้ช่วยเขาจริงครับ และเป็นตัวอย่างให้คนอื่นด้วย
** ในกรณีที่คุณมีเงินไม่พอ แต่คุณมั่นพอ กรุณาตะโกนเรียกตรงนั้นว่า คุณจะจ้างรถให้เขาแต่มีเงินไม่พอขอบริจาคหน่อย ก็ได้ครับ
3 พาส่งตำรวจ

วิธีนี้ง่ายสุดครับ ในกรณีที่คุณไม่ใช่พวกที่เชื่อมั่นว่าตำรวจไม่มีคนที่ช่วยเหลือประชาชนหรอก มีแต่พวกรีดไถเท่านั้นครับ


ดังนั้นสรุปง่ายๆ หากจะให้แค่เศษเงิน อย่าให้ดีกว่า หากจะช่วย คุณก็ต้องช่วยเขาอย่างเต็มที่ครับ
ด้วยวิธีดังกล่าว ผมเชื่อมั่นว่าสังคมไทยจะเป็นสังคมที่น่าอยู่มากขึ้นครับ



ปล ช่วยเผยแพร่บทความนี้ให้มากที่สุด ไม่จำเป็นต้องให้เครดิตผม เผยแพร่ได้เท่าไหร่ทำไปเลยครับ

เมีย(ที่เป็น)งู

posted on 09 Apr 2008 10:40 by wildlord  in SeRiousNeSS

คงเคยได้ยินได้อ่านกันกับข่าวดังในช่วงนี้ "คนแต่งงานกับงู"

ตอนแรกที่ผมอ่านก็รู้สึกขำบ้างไม่ใช่เพราะว่างมงานแต่เพราะว่า "เออมันก็มีอย่างนี้ด้วย"

การตัดสินใจว่างมงายหรือไม่ต้องดูที่รายละเอียดเนื้อในครับ ไม่ใช่ว่าเห็นแค่ผลการกระทำแล้วคิดว่าเขางมงาย ผมเลยตัดสินใจที่จะอ่านเนื้อหาข้างในต่อว่า "เขางมงายจริงหรือไม่?"

อ่านแล้ว เออแหะ เป็นไปได้....

ปรกติวิสัย งูที่ไหนมันจะพันเข้าตัวคนโดยไม่ทำร้ายกับคนเดิมหลายๆครั้งได้ ถ้ามันไม่มีเหตุผิดปรกติอะไรบางอย่าง

ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าชาติที่แล้วมีจริงหรือไม่ แต่กลับกันก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ใดที่ฟันธงว่าชาติที่แล้วไม่มีจริง ดังนั้นผมจึงเลือกกั้นใจกึ่งนึงคิดว่ามันมีจริงครับ (และก็อยากให้มันมีจริงด้วย)

บางทีพวกเขาอาจะเป็นคู่รักในชาติปางก่อนจริงๆก็ได้

ผมติดตามข่าวในหนังสือพิมพ์ต่อถึงเรื่องราวของพวกเขา จนกระทั่งเมื่อวาน(วันอังคาร) ผมก็ติดตามต่อในรายการตีสิบ

ดูไปไม่ถึงครึ่ง ผมปิดทีวีทันท ีคำว่า"อาจจะไม่งมงาย"หายวูบไปในทันใด คำว่า"มันงมงายแน่ๆ"ผุดขึ้นมาในหัวทันที

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่้ที่พวกเขาเคยเป็นคู่รักกันมาก่อนหรือไม่ ชาติที่แล้วมีจริงหรือเปล่า หรือเรื่องว่างูรักเขาเหมือนคู่รักจริงหรืออย่างไร แต่มันอยู่ที่วิธีการคิดของฝ่ายชาย

พูดอยู่ได้ว่าเชื่อในเรื่องดวง ดูดวงให้ตัวเองแล้วเชื่อในดวงนั้นว่าจะได้เจอเนื้อคู่ ซึ่งเนื้อคู่ที่ได้เจอต่อมานั้นคืองู? ตัวเองก็เลยแต่งงานกับงู ผมจะยินดีกว่านี้ครับถ้าเขาศรัทธาในงูตัวนั้นว่าเป็นเนื้อคู่แล้วแต่งงาน มากกว่าที่จะศรัทธาในดวงของเขาแล้วแต่งงานกับงูตัวนั้น

ครับ ผมศรัทธาในความรัก ผมเองไม่ปฏิเสธที่จะ่คิดว่าเรื่องดวงชะตา กงกรรมกงเกวียนหรือเรื่องอะไรเรื่องนี้อาจจะมีอยู่จริงก็ได้

แต่ผมไม่ชอบครับที่ใครสักคนที่จะเชื่อในดวงมากจนเกินไปแบบนี้ แล้วแต่งงานกับใครสักคน (ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นงู) ผมต้องการให้เขารักและศรัทธาในความรักที่มีต่องูตัวนั้นแล้วถึงแต่งงานอยู่้กินด้วยกันจะดีกว่า

ผมเชื่อว่าดวงชะตาถ้ามันมีอยู่จริง ก็ไม่พ้นความสามารถของคนเราที่จะสามารถเปลี่ยนมันได้เสมอ ดังนั้นไม่ต้องไปทำอะไรแบบนี้หรอกครับ แต่ถ้าคุณรักงูตัวนั้นจริงคุณก็แต่งงานกับมันไปเลย ไม่ใช่ดวงให้แต่งงานกับงูแล้วคุณก็ต้องไปแต่งกับมันแบบนั้น

 

เสริม 

แล้วผมรู้นะว่าคุณวิทวัฒน์(เขียนงี้เปล่า?)คิดยังไงกับคนๆนั้น พูดซะบ่อยเชียวว่าเรื่องนี้เป็น"ความเชื่อส่วนบุคคล"

ส่วนคุณผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน(ในข่้าวหนังสือพิมพ์)ที่ไปหาว่าเขาหลอกลวงน่ะ คิดได้คิดไปครับ แต่อย่าพูดออกมาจะดีกว่าไหม และสุดท้าย ชาวบ้านก็เลิกเห่อไปดูเขาได้แล้ว เลิกขอหวยด้วย งมงายพอๆกันเลย!

 

ปล ความรู้เพิ่มเติม ไม่มีงูชนิดไหนกินคนได้ครับ

ผมเคยดูจาก UBC ผู้เชี่ยวชาญเรื่องงูอกมาแล้วว่ากรามของงูนั้นไม่สามารถขยายได้ใหญ่พอที่จะกลืนคนได้มันจะติดที่หัวไหล่ก่อน ดังนั้นงูกินคนจึงไม่มีจริง แต่ถ้าถูกรัดตาย นั่นเป็นไปได้ครับ

ชื่อเรื่องผีก็งมงาย ไม่เชื่อเรื่องผีก็ยังถือว่างมงาย

แล้วจะให้ตูเชื่ออะไรวะ ถึงจะไม่งมงาย ~ ใครบางคนพูด

 

ในที่นี้ผมต้องขอพูดเกริ่นก่อนว่าทำไมผมถึงคิดเช่นนี้

 

ผี ทุกคนเชื่อว่ามันคือ ไสยศาสตร์ใช่ไหมครับ?

แต่ตรงกันข้ามกับมันทุกคนเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ใช่ไหมครับ?

ผมไม่เข้าใจว่ายุคนี้ทุกคนเป็นอะไรกันทำไมถึงคิดกันอย่างนี้ ทั้งๆที่ไม่มีอะไรมาหรือพิสูจน์หลักฐานสักหน่อยว่าผีไม่มีอยู่จริง

วิทยาศาสตร์ต้องการหลักฐานและข้อพิสูจน์ครับ ถึงจะเชื่อว่ามันเป็นจริง

ผีไม่มีหลักฐานและข้อพิสูจน์เป็นลายลักษณ์อักษรว่ามีอยู่จริงก็ตาม แต่ลองคิดแบบตรรกะมุมกลับดูหน่อยสิครับ

มันก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรที่มาบอกว่า ผีไม่มีอยู่จริงสักหน่อยใช่ไหมครับ?

 

แต่บางคนก็อาจจะเถียงว่ามีการพิสูจน์แล้ว แต่ก็ไม่เคยพิสูจน์ได้ว่ามีผีมีอู่จริง

แต่ผมขอเถียงครับ เพราะการพิสูจน์สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้ผลหรอก

เพราะการพิสูจน์ในปัจจุบันของการมีอยู่ของผี เหมือนกับการนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารแล้วเรียกให้กุ้งล๊อบสเตอร์ขึ้นมานอนอยู่บนจาน

กุ้งล๊อบสเตอร์ที่ไหนวะที่จู่ๆจะวิ่งขึ้นมาอยู่บนจานให้เราแด้กซ์?

เพิ่มเติม: เรื่องนี้เอามาจากหนังสือของคุณ วินทร์ เลียววาริณ ครับ เป็นวิธีการพิสูจน์(แกมประชด)สำหรับพวกที่คิดว่ามนุษย์ต่างดาวไม่มีจริงแล้วพูดว่า "ถ้ามนุษย์ต่างดาวมีจริงมนุษย์ก็เคยเจอแล้วสิ"

ส่วนเรื่องการพิสูจน์ว่าผีมีจริงหรือไม่มีอีกหลายวิธีได้แก่

1 รอยมือคนในน้ำตาเทียนที่แข็ง

2 เสียงประหลาดในเครื่องอัดเสียงที่อัดจากบ้านผีสิง

3 พลังงานประหลาดในอากาศ

4 น้ำหนักที่หายไปของคนที่เพิ่งตาย

และอีกเยอะแยะซึ่งเป็นวิธีการพิสูจน์การมีตัวตนของวิญญาณ แต่ทำไมทางวิทยาศาสตร์ถึงไม่ยืนยันสักทีว่าผีมีจริงหรือไม่ เพราะมันแป๊ก? เพราะวิธีพิสูน์นี้เป็นแค่ข่าวลือ? เพราะมันโกหก? หรือเพราะอคติ? แต่ที่แน่ๆวิทยาศาสตร์ยังไม่ฟันธงครับ

 

ถึงปัจจุบันจะมีวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ความงมงายของความเชื่อในไสยศาสตร์ แต่มันกลับกลายเป็นว่าปัจจุบันคนเรากลับงมงายในวิทยาศาสตร์แทน

คนเราปัจุบันแค่ได้ยินว่าวิทยาศาสตร์ก็หูผึ่งเชื่อในทันที แต่กลับกันสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในหลักวิทยาศาสตร์ก็กลับกลายว่าถูก ต่อว่าหาว่ามันไม่ใช่วิทยาศาสตร์แล้วพร้อมที่จะไม่เชื่อมันในทันที

 

เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นแบบไหนคุณก็ยังงมงายอยู่ดีนั่นแหละ

เชื่อเรื่องผี เพราะเชื่อในไสยศาสร์ คือคนงมงายที่ตกยุค!

ไม่เชื่อเรื่องผี เพราะเชื่อในวิทยาศาสตร์ คือคนงมงายแบบทันสมัย!

คุณล่ะเป็นคนแบบไหน?

แต่คนที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ใช่ว่าจะไม่งมงายนะครับ (ดักคอไว้ก่อน)

 

แล้วอีกอย่างที่ผมเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะหลายคนคนที่ไม่เชื่อ มันจะไม่เชื่อโดยไม่ใช้เหตุผลใดๆทั้งสิ้น ทั้งปิดหูปิดตา พูดจาดูถูกคนที่เชือและผีแบบทุกอย่าง

ผมไม่เข้าใจ ในเมื่อไม่เชื่อก็ไม่เชื่อสิ ทำไมต้องปฏิเสธถึงการมีอยู่ของผีซะสุดขั้วด้วย

ส่้วนบางคนที่เชื่อก็เชื่อแบบงมงาย เชื่อทุกอย่างเชื่อจนเกินไป เขาหลอกให้สะเดาะเคราะห์หลอกกินตังค์เราก็ยังเชื่อ แบบนี้มันก็เกินไป!

 

แล้วเชื่ออะไรถึงจะไม่งมงาย ถึงจะไม่ตกยุค?

เชื่อในหลักของศาสนาพุทธ เชื่อในพระพุทธเจ้าครับ แม้จะผ่านไป2500กว่าปีก็ยังไม่ตกยุคแน่นอน

แต่อย่าเชื่อแบบคนไทยล่ะ ที่บอกว่าทำบุญ20บาทบริจาคสร้างวัดแล้วจะขึ้นสวรรค์นั่นก็งมงายอย่าไปเชื่อ

 

ต้องเชื่อในหลักคำสอน หรือแก่นแท้ของศาสนาครับถึงจะไม่งมงาย

กาลามสูตร(กดดูได้) นี่แหละตัวดีนักแล เชื่อในหลักนี้ไว้แล้วจะไม่งมงายแน่นอนครับ!