วันนี้ผมไม่ได้มาพูดเรื่องซีเรียสเกี่ยวกับการศึกษา
แต่!
ผมจะมาบ่นเรื่องการลงทุนทางศึกษาที่ผมได้เจอมา
มีคนบอกไว้ว่า"การศึกษาคือการลงทุน" แล้วก็บอกอะไรต่างๆนาๆตามมาอีกมากมายเพื่อให้รู้ว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น
ผมไม่รู้หรอกว่าที่คนอื่นเอ่ยถึงเรื่องนี้จะเป็นยังไง แต่สำหรับผม การศึกษาคือการลงทุน นั้นเป็นเรื่องจริง
การที่เราเลือกเข้าเรียนเข้าศึกษา มันก็สามารถเปรียบได้เหมือนการที่เราใช้แรงใช้เงินลงทุนเพื่อเปิดบริษัทหรือกิจการหนึ่งขึ้นมา
การใช้สมองในการเรียนรู้จกสถานศึกษาในที่นี้แทนได้กับการลงเงินทุนเพื่อตระเตรียมเปิดกิจการในภายภาคหน้า
ยิ่งเราเหนื่อยสมองเปลืองเงินมากเท่าไหร่ ก็เหมือนต้นทุนที่เรามีมากยิ่งสามารถที่เปิดกิจการไปอย่างยิ่งใหญ่และสามารถขยายตัวไปอย่างรวดเร็วได้
แต่อย่าลืมนะครับว่า การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยงเสมอ
แม้มีเงินทุนหนักใช้เงินมาก ก็ใช่ว่าผลตอบแทนที่ได้จะคุ้มค่าเสมอไป ไม่งั้นว่าคำว่าล้มละลายคงไม่มีเกิดขึ้นหรอก
ผมชักสงสัยแล้วว่า เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นในการศึกษาได้หรือไม่ ในเมื่อมีคนบอกว่าการศึกษาคือการลงทุนชนิดหนึ่งเหมือนกัน?
แต่ดูจากการลงทุนที่ผมเสียไป ถึงแม้จะไม่เข้าข่ายการล้มละลายหรือตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แต่มันท่าทางจะคล้ายกับการขี่ช้างจับตั๊กแตนยังไงพิกล
สิ่งที่ลงทุนอันดับแรง การลุงทุนด้านเงินค่าเทอม
เรียน*่าอะไรก็ไม่รู้ค่าเทอมแพง*ิบหายมากกว่าที่อื่นๆตั้งหลายเท่าถึงจะไม่เท่าระดับอินเตอร์แต่หลายเท่าของปรกติ ถึงแม้มันจะไม่ใช่อินเตอร์ก็ตาม
ค่าเทอมที่ผมเสียไปในที่ผมเรียนอยู่ในตอนนี้ต่อเทอมคือสามหมื่นเกือบสี่หมื่นครับ แพงมากเลยเรียนอะไรก็ไม่รู้
แถมมีเพิ่งจะมีตึกเรียนเป็นของตัวเองปีนี้นี่เองครับ มาเรียนวันแรกห้องM**ก็*****ด้วย แอร์ตอนนี้ก็ติดไม่ครบ อะไรกันนักกันหนา
ที่บอกว่าเรียนอะไรก็ไม่รู้ ที่จริงรู้ครับว่าเรียนอะไรครับ แต่พอแม่ถามว่าเรียนอะไร ผมตอบไม่ถูกจริงๆครับว่าเรียนอะไรไป วิชาเดียวเรียน
-เรื่องทฤษฎีแรงดึงดูดของไอแซคนิวตัน และ ทฤษฎีสัมพันธภาพสัมพัทธภาพของไอนสไตน์
-มิติ หนึ่งมิติคือเงาของสองมิติ สองมิติคือเงาของสามมิติ สามมิติคือเงาของสี่มิติ
-ภาพเส้นรอบรูปของเกาะอังกฤษในสเกล1ต่อหมื่น มีเส้นรอบรูปไม่เท่าสเกลหนึ่งต่อพัน
-วิจารณ์หนังเรื่อง Iron Pussy หัวใจทรนง
-ยุคของประวัติศาสตร์ศิลปะ ตั้งแต่ยุคคลาสสิค ยันยุค โมเดิร์น โพสต์โมเดิร์น และ ดีคอน
- และอื่นๆ ที่บอกเป็นคำพูดให้คนทั่วไปเข้าใจได้ยากส์
เรียนเหมือนจะจับฉ่ายเลย แต่ให้ถามจริงๆว่ามันเกี่ยวข้องกันไหม? จะว่าเกี่ยวก็เกี่ยวได้ เพราะมันเป็นวิชา"ทฤษฎี" แต่จะให้บอกกับแม่ผมว่าเรียนอะไรมานี่ ผมไม่ทราบจริงๆครับว่าจะตอบยังไง
การลงทุนที่สอง การลงทุนเรื่องเวลาและแรงงาน
ครับตอนนี้เรียนหนักมากเลยครับ ปรกติคนอื่นๆจะหนักตอนใกล้สอบแต่ที่เหลือสบายหมด(เพราะต้องอดนอนท่องหนังสือสอบ) แต่ที่ผมเรียนอยู่นี้ตรงกันข้ามครับเป็นที่รู้กันว่าตอนสอบสบายสุด(ไม่มีใครอดนอนท่องหนังสือหรอก) แต่วันอื่นๆคือนรก(ปั่นงานส่งอาจารย์) และยิ่งของชั้นพวกผมด้วยแล้วยิ่งหนักกว่าชั้นอื่นๆด้วย เพราะต้องพรีเซนต์งานทุกๆสองอาทิตย์ครับ
การพรีเซนต์งานนี่เป็นที่รู้กันครับว่า ทำงานสองวันเต็มก็ยังมีโอกาสทำเสร็จไม่ทัน(วันเต็มๆในที่นี้หมายถึงวันเต็มจริงๆ ไม่ได้หมายถึงแค่ตอนกลางวัน) เรื่องปั่นงานข้ามคืนเป็นเรื่องปรกติ เพื่อนๆผมที่ทำงานกลุ่มยังพูดขำๆเลยครับ ว่ารวมเวลานอนกันห้าคนยังรวมเวลาได้ไม่ถึงสิบชั่วโมงเลย เพลงในเครื่องถ้าเปิดไปเรื่อยๆรับรองถึงมีขนาดยี่สิบกิ๊กก็ยังฟังหมดภายในงานเดียว น้าป๋องฟังดิบเสา์ร์อาทิตย์ยังต้องหารวมฮิตประจำำปีมาฟังต่อเพราะงานยังไม่เสร็จ คลิปเดี่ยวของโน้ตอุดมหนึ่งถึงหกท่องได้เกือบทุกมุกแล้ว
ช่างเป็นการเรียนที่ช่างต้องทุ่มเทเวลาและแรงงานอะไรเช่นนี้
การลงทุนที่สาม การลงทุนเรื่องเงินเพื่อทำงานส่งอาจารย์
ข้อนี้คนละเรื่องกับการลงทุนค่าเทอมนะครับ เพราะค่าเทอมแม้จะต้องจ่ายแล้ว แต่ในข้อนี้จำเป็นต้องเอามาพูดเพิ่มด้วย เพราะเป็นการลงทุนที่เสียไปไม่แพ้เรื่องการลงทุนค่าเทอมด้วยเหมือนกัน
การลงทุนค่าเทอมมันพอจะเบิกพ่อแม่บุพการีได้ แต่การลงทุนในข้อนี้จะขอเบิกตรงๆเป็นจำนวนแน่ชัดเลยก็ไม่ได้ เพราะแต่ละครั้งมันก็ไม่เท่ากัน ระยะเวลาการจ่ายก็ไม่แน่ชัด ดังนั้นผลที่ออกมา เบียดเงินส่วนตัวแน่นอนครับสำหรับในกรณีของผม
700 + 420 = 1120 บาท
ค่าพรินท์เพลทแปะบอร์ดเพื่อพรีเซนท์กับอาจารย์ครับ ขนาดA1 จำนวน10แผ่น ราคา700
(A1 ขนาดเท่าไหน? ลองคำนวณดังนี้ครับ A4สองแผ่นคือA3 A3สองแผ่นคือA2)
ส่วน420นั้นเป็นอีกกลุ่ม.... ซึ่งพอดีอีกกลุ่มนั้นเขาสนิทกับผู้นำของกลุ่มผมครับเลยฝากมาพรินท์ด้วย
(ส่วนจะมีความสนิทสนมกันแบบไหน เชิญบทความ จอลลี่แบร์ลุ้นรัก เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม)
ครับ ฝากพรินท์มันก็ได้ แต่ที่จ่ายน่ะ
มันผม!
อย่าลืมคืนด้วย! (สำคัญ)
นอกจากนี้เรื่องอุปกรณ์ฺที่ใช้ทำเพลทเพื่อพรีเซนท์อาจารย์ก็สำคัญครับ โน๊ตบุ๊คขาดไม่ได้สำหรับคนที่ไม่มีหอเป็นหลักแหล่ง เครื่องพีซีล่าสุดที่แรงเกินยั้งไม่ว่าจะเล่นเกมส์ไหนสเป็คสูงสุดก็ลื่นตลอด ก็มีไว้เพื่อให้ทำภาพ3D ให้ได้คมชัดลื่นไหลไม่กระตุก ราคาขั้นต่ำไม่ควรน้อยกว่าสี่หมื่นเพื่อความสบายในการทำงาน
และอย่าลืมรักษาเครื่องให้ดีๆด้วย การ์ดจอไหม้ ซัพพลายระเบิดเพราะโหมงานหนักก็ปรากฏมาให้เห็นแล้ว
เรื่องนี้ผมขอกราบเรียนคณาจารย์หน่อยนะครับว่า ช่วยกรุณาให้ผมเช่ายืมคอมพิวเตอร์สเป็กสูงๆตลอดยี่สิบชั่วโมงให้ได้ด้วยทีเถิด และร้านพรินท์งานที่ตึกเรียนแพงมากๆ และไม่เพียงพอต่อการใช้งาน (อีกทั้งตัวอาจารย์เองก็ไม่ชอบให้ต่อA4จนกลายเป็นA1เพื่อพรีเซนท์ฺงานด้วย) ทำให้พวกผมต้องไปแสวงหาความหวังใหม่อันไกลลิบขับรถร่วมชั่วโมงเพื่อให้ได้ตัวงานที่ดีและคุ้มค่าต่อเงินลงทุน ดังนั้นผมอยากกราบเรียนจริงๆ ช่วยหาอุปกรณ์ที่สนับสนุนต่อการทำงานให้พวกผมทีเถิด อย่าให้พวกผมต้องไปควานหาความหวังกันเองเลย เงินค่าเทอมก็เอาไปมากกว่าที่อื่นแล้ว ดังนั้นช่วยหน่อยเถอะนะ ไม่งั้นก็ช่วยลดความหวังต่อคุณภาพงานก็ได้ แบบนี้มันแทบจะรากเลือดลงแดงอยู่แล้ว
การลงทุนที่สี่ สมอง
เป็นสิ่งที่ผมได้พูดกับเพื่อๆแล้วมีความเห็นตรงกันว่า เราได้เ-ี้ยอะไรกัน เพราะพวกผมรู้สึกสมองกลวงกันไปหมด เหมือนไม่ได้รับความรู้อะไรมาใหม่เลย
แต่เท่าที่ผมได้ยินจากรุ่นที่จบจากที่นี่ไปก่อนหน้า ดูเหมือนแม้จะเป็นสายวิชาเดียวกัน แต่ผลที่ได้ตอบรับจากคนข้างนอกนั้นออกมาดีมากแม้ที่ผมเรียนจะเปิดมาไม่นานนัก เหมือนจะมีมาตรฐานดีกว่าที่อื่น มันก็ยิ่งทำให้พวกผมสงสัยว่า ขนาดพวกผมยังกลวงๆแบบนี้ แล้วที่อื่นมันจะไม่กลวงหนักกว่าหรือยังไง
ที่ผมได้มาจากที่นี่ที่จริงมันก็มี ดูเหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวกับที่ต้องใช้ในอนาคตกับสายนี้สักเท่าไหร่เลย เรื่องที่ได้ก็เป็นพวก
-จัดภาพกราฟิก ทำพรีเซนท์งาน
-การพูดรายงานหน้าชั้นหรือที่ประชุมรวมทั้งเดี่ยวไมโคโฟน
-การทำภาพ3Dอนิเมชั่น (ผมเชื่อว่าหากพวกผมได้ไปทำในสายอนิเมชั่น พวกผมจะสมารถทำภาพยนตร์การ์ตูน3Dที่เจ๋งกว่าตอนนี้ได้อย่างแน่นอน)
ซึ่งเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกับสายอาชีพที่เรียนสักเท่าไหร่เลย และผมต้องสรรหามาเองด้วยเพราะที่นี่ไม่ได้สอนหรอก!
หรือที่จริงผมจะได้มันไปโดยไม่รู้ตัว? แต่ผมไม่รู้สึกฉลาดขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่เลยนะ จริงๆ!
คำถาม: จากข้างบนรู้ไหมว่าผมเรียนที่ไหนชั้นอะไร และจะจบมาทำอะไรได้?