SenseLeSS

กติกู

แบบทดสอบนี้สามารถตอบด้วยคำตอบที่หลากหลาย

ซึ่งสถานการณ์จำลองที่จะให้คุณคิดต่อไปนี้จะทดสอบไอคิวความเฉลียว ฉลาด สติปัญญารวมทั้งจริยธรรมในการคิดหาหนทาง เอาตัวรอด หรือช่วยเหลือผู้อื่นของคุณด้วยวิธีที่ดีที่สุด

คำถามต่อไปนี้คุณสามารถไตร่ตรองและคิดให้ถี่ถ้วนก่อนตอบคำถามได้

หลังสถานการณ์จำลอง เราจะถามคำถาม เพื่อทดสอบการตัดสินใจของคุณ ก่อนที่จะเฉลยในภายหลัง

จงจำขึ้นใจว่า คุณต้องคิดให้ถี่ถ้วนและไตร่ตรองก่อนตอบคำถาม

โปรดอ่านสถานการณ์จำลองข้างล่างนี้อย่างช้าๆ

โดยพิจารณาความอย่างละเอียดทุกตัวอักษร

สถานการณ์จำลอง

สมมติว่าคุณเป็นคนขับเครื่องบินเล็กส่วนตัว แอร์ฟอร์ซวันมือสองลำหนึ่งอยู่

โดยที่บุคคลต่างๆในเครื่องบินที่โดยสารไปด้วยมีดังต่อไปนี้

  1. พันตะกวดโท ทุจศิล กินชะมัด
  2. ซาหมัก สุกรเพศ
  3. เฉลิม อยู่บางบอน
  4. วัน อยู่บางบอน
  5. เจ๊ระเบียบรัด

แล้วจู่ๆเครื่องบินที่คุณขับมาเกิดเสียขึ้นและจะกระแทกกับภูเขาข้างหน้า โดยไม่มีหนทางใดที่จะให้เครื่องบินนี้บินต่อไปได้เลย

ผู้คนที่มากับคุณด้วยนั้นต่างตื่นตระหนก

ในขณะนั้นเองคุณเป็นคนเดียวที่รู้ถึงวิธีที่ทำให้พวกเขารอดชีวิต

ที่ห้องเก็บของในเครื่องบินนั้นเองมีร่มชูชีพอยู่ โดยเรียงตามเบอร์ 1-5 ไว้

แต่โชคยังไม่ดีนัก ที่คุณรู้ว่ามีแค่เบอร์ 3 กับ 4 เท่านั้นที่ใช้ได้ ซึ่งที่เหลือชำรุดทั้งหมด

และนอกจากนี้คุณเองก็ไม่สามารถพาตนเองเข้าไปหยิบร่มชูชีพได้เช่นกัน

แบบทดสอบ

เนื่องจากคุณไม่สามารถที่จะไปหยิบร่มชูชีพได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคุณก็ไม่มีทางรอดเด็ดขาด รวมถึงเครื่องบินที่ไม่มีวันซ่อมได้ด้วย

คุณจะบอกให้คนเหล่านั้นหยิบร่มชูชีพได้อย่างไร ด้วยวิธีอะไร จึงจะสามารถทำให้คนที่คุณต้องการหยิบร่มชูชีพที่ชำรุดหรือไม่ชำรุดอยู่ได้

โดยสถานการณ์นี้คุณต้องพึงระลึกเสมอว่าทุุกสิ่งทุกอย่างอาจเกิดขึ้นได้เสมอ การแย่งร่วมชูชีพและการหยิบผิดอันอาจจะเกิดขึ้นได้

คุณจะทำอย่างไร? และใครจะตาย ใครจะรอด?























 

คำตอบ

เฉลยของคำถาม

 คุณไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ปล่อยให้เครื่องบินชนภูเขาไป ทุกคนตายหมด แต่ประเทศชาติรอด

 

 

 

ไปก็อปทั้งดุ้นมา.... ไร้สาระนุกรม

แรงบันดาลใจจากฟอร์เวิร์ดเมลบางฉบับ

 

แบบทดสอบจริยธรรม ภาค...

posted on 07 May 2008 14:33 by wildlord  in SenseLeSS

กติกู

แบบทดสอบนี้มีคำถามเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นคำถามที่สำคัญยิ่ง

หากคุณตอบคำถามนี้อย่างสัตย์ซื่อ คุณจะสามารถตรวจสอบจุดยืนทางจริยธรรมของตัวเองได้

หลังสถานการณ์จำลอง เราจะถามคำถาม เพื่อทดสอบการตัดสินใจของคุณ

จงจำขึ้นใจว่า คุณต้องตอบคำถามดังกล่าวอย่างสัตย์ซื่อและตอบทันควันตามสัญชาตญาณส่วนลึกของคุณ

โปรดอ่านสถานการณ์จำลองข้างล่างนี้อย่างช้าๆ

โดยพิจารณาความอย่างละเอียดทุกตัวอักษร

สถานการณ์จำลอง

สมมติว่า ขณะนี้คุณอยู่ที่เมืองไมอามี่ รัฐฟลอริดา รอบตัวคุณเต็มไปด้วยความพินาศย่อยยับจากพายุเฮอริเคน และน้ำท่วมใหญ่

ตัวคุณคือช่างภาพหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ผู้โชคดีมีชีวิตรอดอยู่ท่ามกลางภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

สถานการณ์เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

มองไปที่ใดก็เห็นแต่ซากผู้คนและบ้านเรือนซึ่งถูกน้ำพัดพา ด้านตัวคุณพยายามจะถ่ายภาพชิ้นเอกที่โดดเด่นที่สุดในชีวิตการทำงาน

ภาพซึ่งสะท้อนความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ

ภาพแห่งชีวิต

แบบทดสอบ

ทันใดนั้น คุณมองเห็น ชายผู้รอดชีวิตอีกคนจมอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยว เขากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเองอย่างหนักหน่วง

คุณพยายามเคลื่อนตัวไปใกล้ชายผู้นั้น

หน้าตาของเขาแลดูคุ้นเคย

ไม่ถึงวินาที

คุณก็ตระหนักชัดในทันใดว่า เขาคือ พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง!!!!!!!!!!!!!!!!

วินาทีเดียวกับที่คุณรู้ว่าเขาคือใคร

สายน้ำอันเชี่ยวกรากก็กำลังจะพรากชีวิตของเขาให้จมดิ่งอยู่ใต้บาดาลตลอดกาล

ตอนนี้ คุณมีทางเลือกสองทาง

ทางหนึ่งคือยื่นมือเข้าช่วยชีวิตนายก

อีกทางหนึ่งคือ กดชัตเตอร์ถ่ายภาพระดับรางวัลพูลิตเซอร์

ภาพซึ่งบันทึกวาระสุดท้ายของอดีตนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

คำถามข้างล่างนี้คือคำถามเพียงหนึ่งเดียวของเรา

โปรดตอบคำถามด้วยความสัตย์ซื่อ

เพื่อค้นหาจุดยืนทางจริยธรรมของตัวคุณเอง























คุณจะเลือกใช้ฟิล์มสีหรือฟิล์มขาวดำ

 

ที่ไปก็อปทั้งดุ้นมา.... ไร้สาระนุกรม

 ซึ่งไปก็อปมาลงอีกทีจากฟอร์เวิร์ดเมล 

เอามาเก็งข้อสอบครับ โดยคำถามมี25ข้อ ข้อละ4คะแนน เต็ม100คะแนน

 

คุณเรียกชื่อเว็บนี้ว่าอะไร

อันไซโคลพีเดีย
อันไซโคลพีเดียไทย
ไร้สาระนุกรม
วิกิพีเดียไร้สาระ

คุณเข้าหน้าไหนบ่อยที่สุด

หน้าหลัก
ค้นหา
ปรับปรุงล่าสุด
โครงการอื่น

คุณใช้บริการโครงการไหนมากที่สุด

บอร์ด/สภาน้ำชา
ไร้วิทยาลัย
ไร้ภาพ
ไร้ข่าว

อะไรในหน้าหลักที่เกิดขึ้นอันแรกๆ

บทความแนะนำ
ไร้ข่าว
วันนี้ในทุกชาติภพ
มีเรื่องจากภาพ

อยากเขียนบทความควรทำอะไรก่อน

ศึกษาวิธีการเขียนจากบทความต่างๆในเว็บนี้
ศึกษาวิธีการเขียนจากบทความต่างๆในวิกิพีเดีย
ศึกษาวิธีการเขียนจากเริ่มต้น
ไม่ต้องศึกษา เริ่มเขียนแม่งเลย

ถ้าอยากบริจาค ควรบริจาคอะไร

เงิน
ความศรัทธา
ความเกรียน
กล้วย

หากจะดื่มของมึนเมา คุณควรปรึกษา?

Brandy Frisky
WildLorD
Pakorn
LK
Mr.Energy

หากอยากจะคุยเเรื่องรถ ควรพูดกับ?

WildLorD
LK
Al
Mr.Energy
หมูแฮม

ถ้าอยากเข้าสายมืด คุณควรติดต่อ?

WildLorD
Boboverlord
LK
Al
Mr.Energy

ใครต่อไปนี้ที่เป็นผู้ชาย

WildLorD
Phantomthief
LK
Al
Mr.Energy

ใครต่อไปนี้ที่หน้าตาดี

Wildlord
Boboverlord
BiteAdust
Brandy Friskey
Pakorn

ใครต่อไปนี้ที่อาจไม่บริสุทธิ์แล้ว

Brandy Frisky
Pakorn
Phantomthief
WildLorD
Mr.Energy

ใครต่อไปนี้ที่มีคนที่แอบชอบแล้ว

Wildlord
Boboverlord
Pakorn
LK
Mr.Energy

ใครที่ไม่ควรเข้ามาในเว็บ

เกรียน
ติ่งหู
แฟนพันธุ์แท้
ผู้ดูแลวิกิพีเดีย
Mr.Energy

หากไม่ชอบบทความใดควรทำอย่างไร

แจ้งผู้ที่มีอำนาจ
คุยที่หน้าพูดคุย
ลบทั้งหน้า
ตั้งกระทู้ร้องเรียน
ฟ้องไอซีที

หากไม่รู้ว่าจะเขียนไรต่อ ควรจะ...

ทิ้งว่างไว้
หาคนช่วยเขียน
พยายามเขียนให้ได้
พิมพ์ไปว่า ข้อมูลปกปิด
พิมพ์ไปว่า ใครก็ได้ช่วยมาเขียนต่อหน่อย

คนที่มีอำนาจในการดูแลในเว็บคือใคร

เว็บมาสเตอร์
แอดมิน
ผู้ดูแล
สภาเผ่า
Mr.Energy

การรบกวนเว็บถูกเรียกว่า...

การก่อกวน
การก่อเกรียน
การกลั่นแกล้ง
การรบกวน
Mr.Energy

แถบ"ประวัติ"ใช้ทำอะไรมากสุด

ดูประวัติการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาล่าสุด
ดูชื่อผู้เขียนและแก้ไข
ดูพัฒนาการของบทความ
ย้อนการเปลี่ยนแปลง
ย้อนการแก้ไขของ Mr.Energy

พอพูด"นักร้อง"นึกถึง?

เกย์
ลิงอุลังอุตัง
ดีแค่หน้า แต่ร้องห่วย
โซคูล! (เพราะเป็นโซคูลเลี่ยน)
Mr.Energy

พอพูด"นักกีฬา"นึกถึง?

ปลามังกร
พาราคอน สีฉ่าดวย
Mr.D
นางงามจักรยาน
Mr.Energy

พอพูด"การแข่งรถ"นึกถึง?

แฮม
สาย 8
รถแข่งมินิ
รถแข่งทามิย่า
Mr.Energy

พอพูด"ฟุตบอล"นึกถึง?

วินนิ่ง
วินนิ่ง
วินนิ่ง
วินนิ่ง
Mr.Energy

หากต้องการมีเซ็กซ์ควรทำอย่างไร?

ยื่นถุงยางให้อีกฝ่าย
กระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายแล้วบอกว่าอยากมีเซ็กซ์
ยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อเชื้อเชิญให้ร่วมเพศ
โทรศัพท์ไปหา แล้วบอกว่า "เอ้ย ขอเย็ดหน่อยเดะ"
Mr.Energy

ชื่อเต็มของ ทุจศิล มีชื่อว่าอะไร

พระเดชพระคุณเหนือหัว พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด
พระเดชพระคุณพ่อเหนือหัวเจ้าท่าน พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด
พระเดชพระคุณท่านพ่อเหนือหัวพระบิดา พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด
พระเดชพระคุณเหนือหัวพระเจ้าบิดาท่าน พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด
พระเดชพระคุณพ่อเหนือหัวเจ้าบิดาท่าน พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด

 

 

http://uncyclo-th1.funtest.biz/

 

เคล็ดเล็กๆในการทำข้อสอบนี้ให้ได้คะแนนสูง

1 เข้าไปใช้ไร้สาระนุกรมสม่ำเสมอ

2 ศึกษากฏระเบียบไร้สาระนุกรม

3 ขวนขวายหาบทความอ่านหลายๆบทความ ไม่ใช่เข้าแต่ที่คนอื่นแนะนำหรือแค่แปะอยู่หน้าเว็บ

4 เข้าร่วมสังคมไร้สาระนุกรมกับเขาบ้าง ผู้ใช้ขาประจำน่ะ พูดคุยกับเขาหรือหัดตั้งกระทู้บ้าง

5 บางคำถาม คำตอบอยู่ที่บทความในไร้สาระนุกรมนั่นแหละ เช่น "ใครต่อไปนี้หน้าตาดี" ก็ให้ดูที่บทความ คนหน้าตาดี เป็นต้น

6 อย่างงกับการเลือกคำตอบ เพราะคำตอบมีได้หลายข้อ

 

 

รู้สึกก่อนหน้าผมยังไม่ได้พูดถึงเกี่ยวกับนโยบายของไร้สาระนุกรมใช่ไหมครับ?

คราวนี้ผมขอนำเอามันมาพูดสักหน่อยก็แล้วกัน

อย่างแรกคำจำกัดความของไร้สาระนุกรม "ไร้สาระนุกรมคือเว็บไซต์ล้อเลียนวิกิพีเดีย" 

นั่นก็คือเว็บไร้สาระนุกรมคือเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาล้อเลียนกับเว็บวิกิพีเดีย ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น  แม้คำจำกัดความจะสั้น แต่มันมีความหมายอะไรมากกว่านั้นเยอะครับ คือธีมของไร้สาระนุกรมอย่างน้อยที่สุดต้องเป็นธีมที่คล้ายคลึงกับเว็บวิกิพีเดีย ดูไปเผินๆอาจสับสนได้กับวิกิพีเดีย นั่นคือจุดมุ่งหมายแรกของเรา

อย่างที่สองรูปแบบบทความ ชื่อ วิธีการเขียน ซึ่งต้องลอกเลียนแบบจากวิกิพีเดียมาโดยตรง พูดตามตรง ตอนนี้เรื่องนี้ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก เพราะอย่างน้อยที่สุดคนที่สามารถทำเรื่องนี้ได้ต้องเคยเข้าไปศึกษาวิธีการเขียนวิธีการใช้จากวิกิพีเดียมาสักพักนึงแล้ว

บทความที่เขียนในวิกิพีเดียนั้นจะแตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะมันไม่ใช่บทสัมภาษณ์ บทความในบล็อก บทความในกระทู้ หรือบทความอะไรต่างๆ แต่จะเป็นบทความที่คล้ายๆในหนังสือเรียนหรือบทความเชิงวิชาการเสียมากกว่า ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องอ่านและศึกษาวิธีการเขียนจากบทความที่มีอยู่แล้วในไร้สาระนุกรม หรือวิกิพีเดียสักครูนึงก่อน 

แต่เท่าที่เห็น คนไทยไม่เป็นเช่นนั้นเลยครับ!

แล้วอีกอย่างที่สำคัญ เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ล้อเลียนที่เน้นความขำขันและเฮฮา บางครั้งจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้ลูกเล่นอื่นที่นอกเหนือจากวิกิพีเดียปรกติมี

ตัวอย่างเช่นบทความ การเซ็นเซอร์ (อะแฮ่ม! ขอภูมิใจเสนอ เนื้อหาบทความนี้ผมเขียนเองร่วม99.99%!) 

หากใช้รูปแบบธรรมดาคงไม่ขำใช่ไหมครับ? และแน่นอนเพื่อขำขัน เรื่องอย่างนี้อนุญาตให้ทำได้

 แต่นอกเหนือจากเรื่องการเป็นสารานุกรมออนไลน์แบบวิกิพีเดียแล้ว ไร้สาระนุกรมจำเป็นต้องมีโครงการอื่นๆที่ไม่ใช่สารานุกรมอีก เช่น

ไร้ข่าว - บทความล้อเลียนประเภทข่าว

ไร้ภาพ - ที่รวมรวมภาพ

ไร้พจนานุกรม - ที่รวบรวมคำศัพท์ประหลาดๆและความหมายผิดๆ

ไร้ชีวประวัติ - ที่รวบรวมชีวประวัติของบุคคลไม่สำคัญของโลก(เพื่อนคุณ)ที่คุณอยากเขียน

ไร้ซอร์ซ - ที่รวบรวมเอกสารต้นฉบับ บทความ อะไรต่างๆ

 ซึ่งโครงการพวกนี้บางโครงการไม่ปรากฏอยู่ในวิกิพีเดีย แต่ก็จะต้องทำให้คล้ายกับวิกิพีเดียที่สุดครับ

 

เรื่องที่สองนโยบายของไร้สาระนุกรม "ไร้สาระอย่างมีสาระ" 

 อะไรคือไร้สาระอย่างไม่ไร้สาระ?

นั่นก็คือ ถึงบทความจะตลกขำขัน แต่อย่างน้อยที่สุดมันต้องแฝงความมีสาระเอาไว้ ไม่ว่าจะหน้าฉากหรือหลังฉาก

เรื่องหน้าฉาก ก็เช่นการให้ความรู้เล็กๆน้อยๆ หรือแนวคิดอะไรแปลกใหม่ เรื่องหลังฉากก็คือกระบวนการคิดในการปรับปรุงแก้ไขจากบทความเดิมๆที่ไม่ตลกให้ดูตลกและขำขันขึ้นมาให้ได้ ซึ่งอาจจะพูดได้ง่ายๆว่า "เขียนให้สนุก แต่ไม่งี่เง่า" นั่นเอง โดยที่ไร้สาระนุกรมอังกฤษ เขาจะใช้คำนี้ตรงๆเลยครับว่า "Don't be Stupid!" ในทุกๆหน้าที่กำลังจะเขียนเลย

 แต่หลายๆครั้งที่ผู้ใช้ใหม่เข้ามา มักจะเจอกับกรณีนี้บ่อยครั้งครับ เนื้อหาที่เขียนหลายบทความมีขนาดสั้นมาก ไม่รู้เรื่อง ไม่ตรงประเด็น ไม่ครอบคุลม ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง บางครั้งมุกในบทความที่ออกมานั้นเสื่อมมั่วและปัญญาอ่อนเกินไป อีกทั้งยังไม่มาแก้ไขเพิ่มเติมอีก ทำให้ผมต้องตามลบทิ้งอยู่หลายๆครั้ง

ดังนั้นสำหรับผู้ที่อยากจะเขียน อย่างน้อยๆผมขอร้องให้อย่าเอามุกเสื่อมๆ เช่นคนนู้นเป็นเกย์ คนนี้เอากัน หรือเขียนบทความสั้นๆและไม่รู้เรื่อง ผมอยากให้เขียนไปเลยยาวๆ หากเขียนสั้นๆอยู่ยังไม่ต้องเซฟแล้วเขียนต่อวันหลัง เขียนให้เสร็จไปเลยครับ หากเขียนต่อในภายหลังผมรับรองว่าเขียนไม่ได้หรอก ผมนี่มีประสบการณ์มาแล้ว

 

นโยบาย "ล้อเลียนโดยไม่ด่าทอ"

นี่เป็นอีกสาระสำคัญหนึ่งของไร้สาระนุกรมที่จะหลีกเลี่งไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะมันจะแปรเปลี่ยนให้เว็บไร้สาระนุกรมจากเว็บไซต์ล้อเลียนขำขันแบบสร้างสรรค์ กลายเป็นเว็บไซต์เสื่อมต่ำได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ

ตามความเข้าใจผม การล้อเลียนและด่าทอนั้นคือการ จับแพะชนแกะ ย้ำและขยายข้อเท็จจริงบางอย่างให้ชัดๆ หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงบางอย่าง ให้ผู้อ่านมีอารมณ์กระเทือนใจ(กระเทือนใจไม่ใช่สะเทือนใจนะ)ร่วมไปกับมัน

ที่จริงการล้อเลียนกับด่าทอมันไม่ต่างกันมากหรอกครับ แต่มันมีสิ่งที่เรียกว่า"ประสงค์ดี"หรือ"ประสงค์ร้าย"แยกมันทั้งสองออกจากกันเท่านั้น เวลาอ่านพอจะรู้ได้ว่าคนที่เขียนบทความนั้นมีเจตนาอะไรแฝงอยู่ หากมีประสงค์ร้ายมาก ก็เข้าข่ายด่าทอ หากไม่มีหรือมีประสงค์ดีมากหน่อยมันก็เข้าข่ายล้อเลียน ซึ่งนอกจากนี้ยังมีผลที่ได้ของมันอีก การล้อที่ทำให้สิ่งที่ถูกล้อนั้นดูน่าสมเพช ผมก็ถือว่าเป็นการด่าทอได้ด้วยเช่นกัน

ซึ่งเรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องแคร์มากๆครับ เพราะมันจะทำให้ผู้อ่านต่างๆมองไร้สาระนุกรมในมุมที่ต่างกันได้

และที่สำคัญยิ่ง เรื่องการเล่นหิ้ง อันนี้ไม่ว่าจะเป็นการด่าทอหรือแค่ล้อเลียนผมก็ต้องขอห้ามไว้ก่อนนะครับ ผมเคยเจอมาแล้วเรื่องเกี่ยวกับศาสนา(เช่นศาสนาคริสต์ หรืออิสลาม)นี่เว็บแทบจะลุกเป็นไฟเลยทีเดียว ทั้งๆที่มันล้อเลียนอ่อนกว่าต่างประเทศหลายเท่าตัวนัก(บทความพระเยซุส) 

แล้วพวกนักร้องดารานี่ถือว่าเป็นหิ้งด้วยหรือเปล่าครับ? ผมไม่เข้าใจเลย ดูเหมือนพวกที่มาด่าที่เว็บเกี่ยวกับเรื่องนี้จะรุนแรงกว่าบทความศาสนาอีกนะ ไม่ทราบว่าการเป็นแฟนคลับนี่มันเหมือนกับการเข้าลัทธิชวนเชื่ออะไรหรือเปล่า ทำไมรุนแรงกันจัง ผมว่าพ่อแม่พวกเขาโดนด่าเขายังไม่มาตามราวีขนาดนี้กันหรอกนะ

 

 

สำหรับคราวนี้ก็จบแค่นี้ละครับ ไม่ทราบยาวแบบนี้จะอ่านกันไหวไหม? ผมอ่านได้นะ แต่กลัวคนอื่นจะอ่านไม่ได้ 

 

การศึกษาคือการลงทุน?

posted on 29 Feb 2008 00:42 by wildlord  in SenseLeSS

วันนี้ผมไม่ได้มาพูดเรื่องซีเรียสเกี่ยวกับการศึกษา

แต่!

ผมจะมาบ่นเรื่องการลงทุนทางศึกษาที่ผมได้เจอมา

 

มีคนบอกไว้ว่า"การศึกษาคือการลงทุน" แล้วก็บอกอะไรต่างๆนาๆตามมาอีกมากมายเพื่อให้รู้ว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น

ผมไม่รู้หรอกว่าที่คนอื่นเอ่ยถึงเรื่องนี้จะเป็นยังไง แต่สำหรับผม การศึกษาคือการลงทุน นั้นเป็นเรื่องจริง

การที่เราเลือกเข้าเรียนเข้าศึกษา มันก็สามารถเปรียบได้เหมือนการที่เราใช้แรงใช้เงินลงทุนเพื่อเปิดบริษัทหรือกิจการหนึ่งขึ้นมา

การใช้สมองในการเรียนรู้จกสถานศึกษาในที่นี้แทนได้กับการลงเงินทุนเพื่อตระเตรียมเปิดกิจการในภายภาคหน้า

ยิ่งเราเหนื่อยสมองเปลืองเงินมากเท่าไหร่ ก็เหมือนต้นทุนที่เรามีมากยิ่งสามารถที่เปิดกิจการไปอย่างยิ่งใหญ่และสามารถขยายตัวไปอย่างรวดเร็วได้

 

แต่อย่าลืมนะครับว่า การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยงเสมอ

 

แม้มีเงินทุนหนักใช้เงินมาก ก็ใช่ว่าผลตอบแทนที่ได้จะคุ้มค่าเสมอไป ไม่งั้นว่าคำว่าล้มละลายคงไม่มีเกิดขึ้นหรอก

ผมชักสงสัยแล้วว่า เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นในการศึกษาได้หรือไม่ ในเมื่อมีคนบอกว่าการศึกษาคือการลงทุนชนิดหนึ่งเหมือนกัน?

 

แต่ดูจากการลงทุนที่ผมเสียไป ถึงแม้จะไม่เข้าข่ายการล้มละลายหรือตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แต่มันท่าทางจะคล้ายกับการขี่ช้างจับตั๊กแตนยังไงพิกล

 

สิ่งที่ลงทุนอันดับแรง การลุงทุนด้านเงินค่าเทอม

เรียน*่าอะไรก็ไม่รู้ค่าเทอมแพง*ิบหายมากกว่าที่อื่นๆตั้งหลายเท่าถึงจะไม่เท่าระดับอินเตอร์แต่หลายเท่าของปรกติ ถึงแม้มันจะไม่ใช่อินเตอร์ก็ตาม

ค่าเทอมที่ผมเสียไปในที่ผมเรียนอยู่ในตอนนี้ต่อเทอมคือสามหมื่นเกือบสี่หมื่นครับ แพงมากเลยเรียนอะไรก็ไม่รู้

แถมมีเพิ่งจะมีตึกเรียนเป็นของตัวเองปีนี้นี่เองครับ มาเรียนวันแรกห้องM**ก็*****ด้วย แอร์ตอนนี้ก็ติดไม่ครบ อะไรกันนักกันหนา

ที่บอกว่าเรียนอะไรก็ไม่รู้ ที่จริงรู้ครับว่าเรียนอะไรครับ แต่พอแม่ถามว่าเรียนอะไร ผมตอบไม่ถูกจริงๆครับว่าเรียนอะไรไป วิชาเดียวเรียน

-เรื่องทฤษฎีแรงดึงดูดของไอแซคนิวตัน และ ทฤษฎีสัมพันธภาพสัมพัทธภาพของไอนสไตน์

-มิติ หนึ่งมิติคือเงาของสองมิติ สองมิติคือเงาของสามมิติ สามมิติคือเงาของสี่มิติ

-ภาพเส้นรอบรูปของเกาะอังกฤษในสเกล1ต่อหมื่น มีเส้นรอบรูปไม่เท่าสเกลหนึ่งต่อพัน

-วิจารณ์หนังเรื่อง Iron Pussy หัวใจทรนง

-ยุคของประวัติศาสตร์ศิลปะ ตั้งแต่ยุคคลาสสิค ยันยุค โมเดิร์น โพสต์โมเดิร์น และ ดีคอน

- และอื่นๆ ที่บอกเป็นคำพูดให้คนทั่วไปเข้าใจได้ยากส์

เรียนเหมือนจะจับฉ่ายเลย แต่ให้ถามจริงๆว่ามันเกี่ยวข้องกันไหม? จะว่าเกี่ยวก็เกี่ยวได้ เพราะมันเป็นวิชา"ทฤษฎี" แต่จะให้บอกกับแม่ผมว่าเรียนอะไรมานี่ ผมไม่ทราบจริงๆครับว่าจะตอบยังไง

 

การลงทุนที่สอง การลงทุนเรื่องเวลาและแรงงาน

ครับตอนนี้เรียนหนักมากเลยครับ ปรกติคนอื่นๆจะหนักตอนใกล้สอบแต่ที่เหลือสบายหมด(เพราะต้องอดนอนท่องหนังสือสอบ) แต่ที่ผมเรียนอยู่นี้ตรงกันข้ามครับเป็นที่รู้กันว่าตอนสอบสบายสุด(ไม่มีใครอดนอนท่องหนังสือหรอก) แต่วันอื่นๆคือนรก(ปั่นงานส่งอาจารย์) และยิ่งของชั้นพวกผมด้วยแล้วยิ่งหนักกว่าชั้นอื่นๆด้วย เพราะต้องพรีเซนต์งานทุกๆสองอาทิตย์ครับ

การพรีเซนต์งานนี่เป็นที่รู้กันครับว่า ทำงานสองวันเต็มก็ยังมีโอกาสทำเสร็จไม่ทัน(วันเต็มๆในที่นี้หมายถึงวันเต็มจริงๆ ไม่ได้หมายถึงแค่ตอนกลางวัน) เรื่องปั่นงานข้ามคืนเป็นเรื่องปรกติ เพื่อนๆผมที่ทำงานกลุ่มยังพูดขำๆเลยครับ ว่ารวมเวลานอนกันห้าคนยังรวมเวลาได้ไม่ถึงสิบชั่วโมงเลย เพลงในเครื่องถ้าเปิดไปเรื่อยๆรับรองถึงมีขนาดยี่สิบกิ๊กก็ยังฟังหมดภายในงานเดียว น้าป๋องฟังดิบเสา์ร์อาทิตย์ยังต้องหารวมฮิตประจำำปีมาฟังต่อเพราะงานยังไม่เสร็จ คลิปเดี่ยวของโน้ตอุดมหนึ่งถึงหกท่องได้เกือบทุกมุกแล้ว

ช่างเป็นการเรียนที่ช่างต้องทุ่มเทเวลาและแรงงานอะไรเช่นนี้

 

การลงทุนที่สาม การลงทุนเรื่องเงินเพื่อทำงานส่งอาจารย์

ข้อนี้คนละเรื่องกับการลงทุนค่าเทอมนะครับ เพราะค่าเทอมแม้จะต้องจ่ายแล้ว แต่ในข้อนี้จำเป็นต้องเอามาพูดเพิ่มด้วย เพราะเป็นการลงทุนที่เสียไปไม่แพ้เรื่องการลงทุนค่าเทอมด้วยเหมือนกัน

การลงทุนค่าเทอมมันพอจะเบิกพ่อแม่บุพการีได้ แต่การลงทุนในข้อนี้จะขอเบิกตรงๆเป็นจำนวนแน่ชัดเลยก็ไม่ได้ เพราะแต่ละครั้งมันก็ไม่เท่ากัน ระยะเวลาการจ่ายก็ไม่แน่ชัด ดังนั้นผลที่ออกมา เบียดเงินส่วนตัวแน่นอนครับสำหรับในกรณีของผม

 

 

700 + 420 = 1120 บาท

ค่าพรินท์เพลทแปะบอร์ดเพื่อพรีเซนท์กับอาจารย์ครับ ขนาดA1 จำนวน10แผ่น ราคา700

(A1 ขนาดเท่าไหน? ลองคำนวณดังนี้ครับ A4สองแผ่นคือA3 A3สองแผ่นคือA2)

ส่วน420นั้นเป็นอีกกลุ่ม.... ซึ่งพอดีอีกกลุ่มนั้นเขาสนิทกับผู้นำของกลุ่มผมครับเลยฝากมาพรินท์ด้วย

(ส่วนจะมีความสนิทสนมกันแบบไหน เชิญบทความ จอลลี่แบร์ลุ้นรัก เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม)

 

ครับ ฝากพรินท์มันก็ได้ แต่ที่จ่ายน่ะ

มันผม!

อย่าลืมคืนด้วย! (สำคัญ)

 

นอกจากนี้เรื่องอุปกรณ์ฺที่ใช้ทำเพลทเพื่อพรีเซนท์อาจารย์ก็สำคัญครับ โน๊ตบุ๊คขาดไม่ได้สำหรับคนที่ไม่มีหอเป็นหลักแหล่ง เครื่องพีซีล่าสุดที่แรงเกินยั้งไม่ว่าจะเล่นเกมส์ไหนสเป็คสูงสุดก็ลื่นตลอด ก็มีไว้เพื่อให้ทำภาพ3D ให้ได้คมชัดลื่นไหลไม่กระตุก ราคาขั้นต่ำไม่ควรน้อยกว่าสี่หมื่นเพื่อความสบายในการทำงาน

และอย่าลืมรักษาเครื่องให้ดีๆด้วย การ์ดจอไหม้ ซัพพลายระเบิดเพราะโหมงานหนักก็ปรากฏมาให้เห็นแล้ว

 

เรื่องนี้ผมขอกราบเรียนคณาจารย์หน่อยนะครับว่า ช่วยกรุณาให้ผมเช่ายืมคอมพิวเตอร์สเป็กสูงๆตลอดยี่สิบชั่วโมงให้ได้ด้วยทีเถิด และร้านพรินท์งานที่ตึกเรียนแพงมากๆ และไม่เพียงพอต่อการใช้งาน (อีกทั้งตัวอาจารย์เองก็ไม่ชอบให้ต่อA4จนกลายเป็นA1เพื่อพรีเซนท์ฺงานด้วย) ทำให้พวกผมต้องไปแสวงหาความหวังใหม่อันไกลลิบขับรถร่วมชั่วโมงเพื่อให้ได้ตัวงานที่ดีและคุ้มค่าต่อเงินลงทุน ดังนั้นผมอยากกราบเรียนจริงๆ ช่วยหาอุปกรณ์ที่สนับสนุนต่อการทำงานให้พวกผมทีเถิด อย่าให้พวกผมต้องไปควานหาความหวังกันเองเลย เงินค่าเทอมก็เอาไปมากกว่าที่อื่นแล้ว ดังนั้นช่วยหน่อยเถอะนะ ไม่งั้นก็ช่วยลดความหวังต่อคุณภาพงานก็ได้ แบบนี้มันแทบจะรากเลือดลงแดงอยู่แล้ว

 

การลงทุนที่สี่ สมอง

เป็นสิ่งที่ผมได้พูดกับเพื่อๆแล้วมีความเห็นตรงกันว่า เราได้เ-ี้ยอะไรกัน เพราะพวกผมรู้สึกสมองกลวงกันไปหมด เหมือนไม่ได้รับความรู้อะไรมาใหม่เลย

แต่เท่าที่ผมได้ยินจากรุ่นที่จบจากที่นี่ไปก่อนหน้า ดูเหมือนแม้จะเป็นสายวิชาเดียวกัน แต่ผลที่ได้ตอบรับจากคนข้างนอกนั้นออกมาดีมากแม้ที่ผมเรียนจะเปิดมาไม่นานนัก เหมือนจะมีมาตรฐานดีกว่าที่อื่น มันก็ยิ่งทำให้พวกผมสงสัยว่า ขนาดพวกผมยังกลวงๆแบบนี้ แล้วที่อื่นมันจะไม่กลวงหนักกว่าหรือยังไง

ที่ผมได้มาจากที่นี่ที่จริงมันก็มี ดูเหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวกับที่ต้องใช้ในอนาคตกับสายนี้สักเท่าไหร่เลย เรื่องที่ได้ก็เป็นพวก

-จัดภาพกราฟิก ทำพรีเซนท์งาน

-การพูดรายงานหน้าชั้นหรือที่ประชุมรวมทั้งเดี่ยวไมโคโฟน

-การทำภาพ3Dอนิเมชั่น (ผมเชื่อว่าหากพวกผมได้ไปทำในสายอนิเมชั่น พวกผมจะสมารถทำภาพยนตร์การ์ตูน3Dที่เจ๋งกว่าตอนนี้ได้อย่างแน่นอน)

ซึ่งเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกับสายอาชีพที่เรียนสักเท่าไหร่เลย และผมต้องสรรหามาเองด้วยเพราะที่นี่ไม่ได้สอนหรอก!

หรือที่จริงผมจะได้มันไปโดยไม่รู้ตัว? แต่ผมไม่รู้สึกฉลาดขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่เลยนะ จริงๆ!

 

 

คำถาม: จากข้างบนรู้ไหมว่าผมเรียนที่ไหนชั้นอะไร และจะจบมาทำอะไรได้?