แนวคิดที่สวนทาง ในหลวง กับ รัฐบาล
posted on 11 Aug 2008 23:11 by wildlord in SeRiousNeSSเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนผมได้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า "ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ"
(อ่านว่า ภู-มิ-รัก-ทำ-มะ-ชาด แปลได้ว่าแผ่นดินรักธรรมชาติ หรือ ในหลวงรักธรรมชาติ ก็ได้)
เรื่องนี้ที่จริงผมอยากจะเขียนขึ้นมาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่เริ่มเขียนทีไรจบแบบสรุปความทั้งหมดไม่ได้สักที ดังนั้นวันนี้ผมได้โอกาสจึงอยากนำส่วนหนึ่งที่ผมได้จากที่นั่นมาสักเสี้ยวนึงมาบอกเล่าให้ฟังกันวันนี้ครับ
ผมได้ฟังข่าววันนี้และพอดีผมได้อยู่หน้าคอม อารมณ์ก็บังเกิดขึ้นมาอยากจะเขียนจริง ๆ
ใคร ๆ ก็บอกว่ารักในหลวง แต่มีใครเล่าที่รักในหลวงจริง ?
ผมไม่คิดว่าการที่ผมจะบอกว่า"ผมรักในหลวง" สวมชุดเหลือง ใส่แบนด์วิทช์ แล้วจะแปลว่าผมรักในหลวงจริง
ผมไม่คิดว่าคนที่ทำดั่งข้างต้นแล้วจะรักในหลวงจริง
ผมคิดว่าที่ทำไปเพราะเลียนแบบคนอื่น หรืออยากให้คนอื่นมาสรรเสริญตน เพราะตนเองนั้นรักในหลวง
รักในหลวงจริง ก็ทำตามที่พระองค์ท่านตรัสหรือทรงแนะนำสิ! อย่ามาแค่ใส่เสื้อเหลือง หรือสักพูดแค่ปากเปล่า!
ดูโทรทัศน์วันนี้ ผมก็ทราบได้ทันทีว่า รัฐบาลไม่ได้รักในหลวงจริง เพราะไม่เคยได้นำเอาคำที่พระองค์ท่านเคยตรัสหรือแนวคิดของพระองค์ท่านมาใส่ใจเลย
รัฐสภาวันนี้ที่จะมีโครงการดำเนินสร้างใหม่ ผมอยากถามว่ามีความจำเป็นมากแค่ไหนที่จะต้องสร้างใหม่ และมีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องสร้างตรงนั้น ?
คอนที่ผมไปศูนย์ภูมิรักษ์ คุณลุงปัญญาผู้เป็นผู้เริ่มบริหารงานที่ศูนย์นั่นเป็นคนแรกยันปัจจุบันก็เล่าถึงที่มาของศูนย์นี้
แต่เดิมที่นี่เป็นทุ่งนาธรรมดา พระองค์ท่านทรงเล็งเห็นว่าที่แห่งนี้มีแหล่งน้ำตกซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวมาก หากปล่อยไว้ไม่นานที่นี่อาจจะเสื่อมโทรม พระองค์ท่านจึงขอให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ให้ใช้เงินส่วนตนของพระองค์ท่านกว้านซื้อที่แห่งนี้ เพื่อสามารถดูแลรักษาพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างเต็มที่
"แต่อย่าเอาพื้นที่ซึ่งชาวบ้านทำมาหากินเป็นหลัก...."
ชาวบ้านในแถบนี้เขาหากินโดยปลูกสวนเป็นหลัก ส่วนนาเป็นแหล่งหากินเสริมครับ ดังนั้นจึงได้ที่แห่งนี้มา
แต่ขอถามหน่อยเถอะครับ เวลาคุณจะซื้อที่ หรือคุณนึกเล่น ๆ ว่าจะเป็นรัฐบาล คุณเคยนึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่านตรัสไหมครับ ?
อย่างมากผมแค่คิดว่าซื้อมาไม่ให้ชาวบ้านด่าก็พอ เรื่องหากินเป็นหลักหรือไม่หรือย้ายไปที่ไหนผมไม่ค่อยสนสักเท่าไหร่
พระองค์ท่านนึกถึงอย่างลึกซึ้งขนาดนี้ แล้วรัฐบาลนี้ทำอะไรอยู่?
ไม่ได้นึกถึงหัวอกใครเลย จะสักอะไรก็จะทำ แล้วจะมาอ้างว่ารักในหลวงจริงได้ไหม?
เรื่องการบริหารประเทศตามคำแนะนำและแนวคิดของพระองค์ท่านยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกครับ
คือเรื่อง "อย่าย้ายชาวบ้านไปแล้ว ทำให้เขาไปก่อปัญหาที่อื่น"
ผมจำคำของพระองค์ท่านไม่ได้เป๊ะ ๆ แต่ประมาณนี้ครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการย้ายชุมชนแออัด แต่ทางรัฐบาลนี่สักแต่ย้ายครับ เพื่อให้ตรงเดิมไม่แออัด แต่ชาวบ้านจะย้ายไปอยู่ที่ไหน หรือแหล่งย้ายไปแห่งใหม่จะเสื่อมโทรมก็ไม่สน บางครั้งไปที่ใหม่ไม่คุ้นก็ย้ายกลับมาที่เดิมซะงั้น
ซึ่งตอนนี้หน่วยงานทางภาครัฐที่จัดตั้งเพื่อดูแลบริหารชุมชนเมืองก็ได้ใช้ประโยคนี้มาปรับปรุงใช้(มานาน)แล้ว ซึ่งจะพบได้ว่าปัญหาชุมชนแออัดจากเรื่องนี้จะไม่พบเห็นอีกเลย
อย่างไรก็ตามการที่ผมพูดพระราชดำริหรือเรื่องต่างๆที่พระองค์ท่านได้ทำไว้ ผมไม่ได้อยากให้ทุกท่านจดจำแล้วทำตามทันที แต่ผมว่า เราควรที่จะคิดถึง เจตนา ของพระองค์ท่านแล้วทำตามเจตนานั้น น่าจะเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด
เรื่องพอเพียง ทำไมคนเราต้องมาวิเคราะห์อะไรกันให้มากมายด้วย ในแนวความคิดผมแค่ใช้สิ่งที่มี เดินทางสายกลางนั้นก็ถือว่าพอเพียงแล้ว
หรือหากจะเปรียบเทียบ
แนวคิดพอเพียง ก็เหมือนกับ มีมีด ก็ใช้มีดล่ากระรอกกระแต เก็บทีละน้อยๆเท่าที่มี หากได้มามากก็นำไปซื้อปืนซื้อกับดักล่าเสือก็ยังไม่สาย
แนวคิดทุนนิยม ก็เหมือนกับ มีมีด แต่นำมีดไปซื้อกระสุน เช่นปืนมายิงเสือ หวังตูมเดียวรวยเละ แต่หากยิงวืด ไม่เสียมีดทำมาหากินไป ก็เสียชีพให้เสือไปขบเล่นซะเสีย
นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทุกสมัยล้วนแต่ทุนนิยมขายมีดเช่าปืนทั้งนั้นแหละครับ
ยิ่งรัฐบาลทักษิณยิ่งเห็นได้ชัด ทุกโครงการล้วนแต่ขายมีดเช่าปืนทั้งนั้น ไม่ก็ให้เช่าปืนแล้วค่อยคืนมีดทีหลัง
เช่น โครงการหมู่บ้านละล้าน ก็คือการให้ยืมปืนไปก่อน ทำอะไรว่าทีหลัง แต่ถ้าเอาปืนไปยิงไม่ได้ ก็เอาทั้งปืนทั้งมีดมาคืนฉันก็แล้วกัน
โถ ชาวบ้านมีความรู้อะไรที่จะเอาเงินล้านนึงไปลงทุนเอาเงินคืนละครับ อย่าว่างู้นงี้เลย ให้ผมซึ่งจบระดับอุดมศึกษาแล้วผมยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเอาเงินล้านนึงไปลงทุนทำอะไรดี อย่างน้อยๆ ก็ต้องผ่านประสบการณ์หรือการศึกษาทางด้านธุรกิจมาก่อนแล้ว แต่นี้ให้แต่เงินไม่ให้ความรู้ เขาก็เสียทั้งปืนทั้งมีดสิ
OTOP ตอนแรกผมหลงผิดไปว่ามันจะเป็นโครงการที่เจ๋ง แต่หากดูเรื่องความพอเพียงแล้วมันไม่ใช่ครับ
แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์จากหมู่บ้าน แต่การลงทุนก็ต้องซื้อหาสิ่งของเครื่องทุ่นแรงมาใช้งานด้วย (หรือถ้าดีหน่อยบางที่ก็ไม่ต้องใช้) ส่วนสินค้าก็เอามาจากในหมู่บ้าน
เหมือนจะดี! แต่ลืมไป ว่าที่เราขายนั้น เราขายออกนอกชุมชน ออกนอกประเทศ แน่นอนว่าไม่ใช่เสมอไปที่จะขายได้ หากมีคู่แข่งที่ดีกว่าถูกกว่า เราก็จะสูญเสียตลาดไปง่าย ๆ
เรื่องนี้สามารถพิสูจน์ได้จากฐานข้อมูลของกรมส่งออก หากดูรายชื่อบริษัทส่งออกจะเห็นได้ว่า แทบทั้งหมดไม่มีบริษัทไหนเลยที่จะส่งของขายออกอย่างอยู่ยงยั่งยืน ส่วนใหญ่จะล้มหายตายจากไปในช่วง 3 - 4 ปีทั้งนั้น
ดังนั้น OTOP ที่ดีไม่ใช่ OTOP ที่ส่งขายนอกชุมชน หรือนอกประเทศ แต่ต้องส่งขายในชุมชนได้ก่อน แล้วค่อยส่งขายต่อนอกชุมชน หรือนอกประเทศ
ซึ่งเช่นเดียวกับเศรษฐกิจพอเพียง ที่เราต้องมีตลาดหรือแหล่งค้าขายที่มั่นใจก่อนว่าจะขายได้ แน่นอนตลอดไป นั่นก็คือ ขายกันเองในชุมชนนั่นเอง แล้วค่อยขายในที่ห่างไกลไปเรื่อยๆ
ส่วนทุนนิยม คือ ส่งขายใกล้ ๆ ได้หรือไม่ไม่สำคัญ สำคัญที่นอกชุม%B