เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนผมได้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า "ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ"

(อ่านว่า ภู-มิ-รัก-ทำ-มะ-ชาด แปลได้ว่าแผ่นดินรักธรรมชาติ หรือ ในหลวงรักธรรมชาติ ก็ได้)

เรื่องนี้ที่จริงผมอยากจะเขียนขึ้นมาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่เริ่มเขียนทีไรจบแบบสรุปความทั้งหมดไม่ได้สักที ดังนั้นวันนี้ผมได้โอกาสจึงอยากนำส่วนหนึ่งที่ผมได้จากที่นั่นมาสักเสี้ยวนึงมาบอกเล่าให้ฟังกันวันนี้ครับ

 

ผมได้ฟังข่าววันนี้และพอดีผมได้อยู่หน้าคอม อารมณ์ก็บังเกิดขึ้นมาอยากจะเขียนจริง ๆ

ใคร ๆ ก็บอกว่ารักในหลวง แต่มีใครเล่าที่รักในหลวงจริง ?

 

ผมไม่คิดว่าการที่ผมจะบอกว่า"ผมรักในหลวง" สวมชุดเหลือง ใส่แบนด์วิทช์ แล้วจะแปลว่าผมรักในหลวงจริง

ผมไม่คิดว่าคนที่ทำดั่งข้างต้นแล้วจะรักในหลวงจริง

ผมคิดว่าที่ทำไปเพราะเลียนแบบคนอื่น หรืออยากให้คนอื่นมาสรรเสริญตน เพราะตนเองนั้นรักในหลวง

 

รักในหลวงจริง ก็ทำตามที่พระองค์ท่านตรัสหรือทรงแนะนำสิ! อย่ามาแค่ใส่เสื้อเหลือง หรือสักพูดแค่ปากเปล่า!

 

ดูโทรทัศน์วันนี้ ผมก็ทราบได้ทันทีว่า รัฐบาลไม่ได้รักในหลวงจริง เพราะไม่เคยได้นำเอาคำที่พระองค์ท่านเคยตรัสหรือแนวคิดของพระองค์ท่านมาใส่ใจเลย

รัฐสภาวันนี้ที่จะมีโครงการดำเนินสร้างใหม่ ผมอยากถามว่ามีความจำเป็นมากแค่ไหนที่จะต้องสร้างใหม่ และมีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องสร้างตรงนั้น ?

คอนที่ผมไปศูนย์ภูมิรักษ์ คุณลุงปัญญาผู้เป็นผู้เริ่มบริหารงานที่ศูนย์นั่นเป็นคนแรกยันปัจจุบันก็เล่าถึงที่มาของศูนย์นี้

แต่เดิมที่นี่เป็นทุ่งนาธรรมดา พระองค์ท่านทรงเล็งเห็นว่าที่แห่งนี้มีแหล่งน้ำตกซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวมาก หากปล่อยไว้ไม่นานที่นี่อาจจะเสื่อมโทรม พระองค์ท่านจึงขอให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ให้ใช้เงินส่วนตนของพระองค์ท่านกว้านซื้อที่แห่งนี้ เพื่อสามารถดูแลรักษาพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างเต็มที่

"แต่อย่าเอาพื้นที่ซึ่งชาวบ้านทำมาหากินเป็นหลัก...."

ชาวบ้านในแถบนี้เขาหากินโดยปลูกสวนเป็นหลัก ส่วนนาเป็นแหล่งหากินเสริมครับ ดังนั้นจึงได้ที่แห่งนี้มา

แต่ขอถามหน่อยเถอะครับ เวลาคุณจะซื้อที่ หรือคุณนึกเล่น ๆ ว่าจะเป็นรัฐบาล คุณเคยนึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่านตรัสไหมครับ ?

อย่างมากผมแค่คิดว่าซื้อมาไม่ให้ชาวบ้านด่าก็พอ เรื่องหากินเป็นหลักหรือไม่หรือย้ายไปที่ไหนผมไม่ค่อยสนสักเท่าไหร่

พระองค์ท่านนึกถึงอย่างลึกซึ้งขนาดนี้ แล้วรัฐบาลนี้ทำอะไรอยู่?

ไม่ได้นึกถึงหัวอกใครเลย จะสักอะไรก็จะทำ แล้วจะมาอ้างว่ารักในหลวงจริงได้ไหม?

 

เรื่องการบริหารประเทศตามคำแนะนำและแนวคิดของพระองค์ท่านยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกครับ

คือเรื่อง "อย่าย้ายชาวบ้านไปแล้ว ทำให้เขาไปก่อปัญหาที่อื่น"

ผมจำคำของพระองค์ท่านไม่ได้เป๊ะ ๆ แต่ประมาณนี้ครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการย้ายชุมชนแออัด แต่ทางรัฐบาลนี่สักแต่ย้ายครับ เพื่อให้ตรงเดิมไม่แออัด แต่ชาวบ้านจะย้ายไปอยู่ที่ไหน หรือแหล่งย้ายไปแห่งใหม่จะเสื่อมโทรมก็ไม่สน บางครั้งไปที่ใหม่ไม่คุ้นก็ย้ายกลับมาที่เดิมซะงั้น

ซึ่งตอนนี้หน่วยงานทางภาครัฐที่จัดตั้งเพื่อดูแลบริหารชุมชนเมืองก็ได้ใช้ประโยคนี้มาปรับปรุงใช้(มานาน)แล้ว ซึ่งจะพบได้ว่าปัญหาชุมชนแออัดจากเรื่องนี้จะไม่พบเห็นอีกเลย

 

อย่างไรก็ตามการที่ผมพูดพระราชดำริหรือเรื่องต่างๆที่พระองค์ท่านได้ทำไว้ ผมไม่ได้อยากให้ทุกท่านจดจำแล้วทำตามทันที แต่ผมว่า เราควรที่จะคิดถึง เจตนา ของพระองค์ท่านแล้วทำตามเจตนานั้น น่าจะเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด

 

เรื่องพอเพียง ทำไมคนเราต้องมาวิเคราะห์อะไรกันให้มากมายด้วย ในแนวความคิดผมแค่ใช้สิ่งที่มี เดินทางสายกลางนั้นก็ถือว่าพอเพียงแล้ว

หรือหากจะเปรียบเทียบ

แนวคิดพอเพียง ก็เหมือนกับ มีมีด ก็ใช้มีดล่ากระรอกกระแต เก็บทีละน้อยๆเท่าที่มี หากได้มามากก็นำไปซื้อปืนซื้อกับดักล่าเสือก็ยังไม่สาย

แนวคิดทุนนิยม ก็เหมือนกับ มีมีด แต่นำมีดไปซื้อกระสุน เช่นปืนมายิงเสือ หวังตูมเดียวรวยเละ แต่หากยิงวืด ไม่เสียมีดทำมาหากินไป ก็เสียชีพให้เสือไปขบเล่นซะเสีย

 

นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทุกสมัยล้วนแต่ทุนนิยมขายมีดเช่าปืนทั้งนั้นแหละครับ

ยิ่งรัฐบาลทักษิณยิ่งเห็นได้ชัด ทุกโครงการล้วนแต่ขายมีดเช่าปืนทั้งนั้น ไม่ก็ให้เช่าปืนแล้วค่อยคืนมีดทีหลัง

เช่น โครงการหมู่บ้านละล้าน ก็คือการให้ยืมปืนไปก่อน ทำอะไรว่าทีหลัง แต่ถ้าเอาปืนไปยิงไม่ได้ ก็เอาทั้งปืนทั้งมีดมาคืนฉันก็แล้วกัน

โถ ชาวบ้านมีความรู้อะไรที่จะเอาเงินล้านนึงไปลงทุนเอาเงินคืนละครับ อย่าว่างู้นงี้เลย ให้ผมซึ่งจบระดับอุดมศึกษาแล้วผมยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเอาเงินล้านนึงไปลงทุนทำอะไรดี อย่างน้อยๆ ก็ต้องผ่านประสบการณ์หรือการศึกษาทางด้านธุรกิจมาก่อนแล้ว แต่นี้ให้แต่เงินไม่ให้ความรู้ เขาก็เสียทั้งปืนทั้งมีดสิ

OTOP ตอนแรกผมหลงผิดไปว่ามันจะเป็นโครงการที่เจ๋ง แต่หากดูเรื่องความพอเพียงแล้วมันไม่ใช่ครับ

แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์จากหมู่บ้าน แต่การลงทุนก็ต้องซื้อหาสิ่งของเครื่องทุ่นแรงมาใช้งานด้วย (หรือถ้าดีหน่อยบางที่ก็ไม่ต้องใช้) ส่วนสินค้าก็เอามาจากในหมู่บ้าน

เหมือนจะดี! แต่ลืมไป ว่าที่เราขายนั้น เราขายออกนอกชุมชน ออกนอกประเทศ แน่นอนว่าไม่ใช่เสมอไปที่จะขายได้ หากมีคู่แข่งที่ดีกว่าถูกกว่า เราก็จะสูญเสียตลาดไปง่าย ๆ

เรื่องนี้สามารถพิสูจน์ได้จากฐานข้อมูลของกรมส่งออก หากดูรายชื่อบริษัทส่งออกจะเห็นได้ว่า แทบทั้งหมดไม่มีบริษัทไหนเลยที่จะส่งของขายออกอย่างอยู่ยงยั่งยืน ส่วนใหญ่จะล้มหายตายจากไปในช่วง 3 - 4 ปีทั้งนั้น

ดังนั้น OTOP ที่ดีไม่ใช่ OTOP ที่ส่งขายนอกชุมชน หรือนอกประเทศ แต่ต้องส่งขายในชุมชนได้ก่อน แล้วค่อยส่งขายต่อนอกชุมชน หรือนอกประเทศ

 

ซึ่งเช่นเดียวกับเศรษฐกิจพอเพียง ที่เราต้องมีตลาดหรือแหล่งค้าขายที่มั่นใจก่อนว่าจะขายได้ แน่นอนตลอดไป นั่นก็คือ ขายกันเองในชุมชนนั่นเอง แล้วค่อยขายในที่ห่างไกลไปเรื่อยๆ

ส่วนทุนนิยม คือ ส่งขายใกล้ ๆ ได้หรือไม่ไม่สำคัญ สำคัญที่นอกชุม%B

Comment

Comment:

Tweet

ยั ง ไ ง ก็ ข อ ใ ห้ ใ น ห ล ว ง ท ร ง พ ร ะ เ จ ริ ญ

#3 By นศท. เอเซีย แสนสุข (101.108.12.108) on 2011-09-08 14:23

เอาไปอ้างอิงได้ไหมเนี่ย เหอๆๆ

#2 By Brandy Frisky on 2009-03-31 08:40

พูดอีกก็ถูกอีกครับ

ทำไม entry นี้ถึงไม่ค่อยมีคนมา comment เลยนะ
ผมว่ามัน make sense ดี Hot!

#1 By ilumin on 2008-10-14 08:10