ชื่อเรื่องผีก็งมงาย ไม่เชื่อเรื่องผีก็ยังถือว่างมงาย

แล้วจะให้ตูเชื่ออะไรวะ ถึงจะไม่งมงาย ~ ใครบางคนพูด

 

ในที่นี้ผมต้องขอพูดเกริ่นก่อนว่าทำไมผมถึงคิดเช่นนี้

 

ผี ทุกคนเชื่อว่ามันคือ ไสยศาสตร์ใช่ไหมครับ?

แต่ตรงกันข้ามกับมันทุกคนเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ใช่ไหมครับ?

ผมไม่เข้าใจว่ายุคนี้ทุกคนเป็นอะไรกันทำไมถึงคิดกันอย่างนี้ ทั้งๆที่ไม่มีอะไรมาหรือพิสูจน์หลักฐานสักหน่อยว่าผีไม่มีอยู่จริง

วิทยาศาสตร์ต้องการหลักฐานและข้อพิสูจน์ครับ ถึงจะเชื่อว่ามันเป็นจริง

ผีไม่มีหลักฐานและข้อพิสูจน์เป็นลายลักษณ์อักษรว่ามีอยู่จริงก็ตาม แต่ลองคิดแบบตรรกะมุมกลับดูหน่อยสิครับ

มันก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรที่มาบอกว่า ผีไม่มีอยู่จริงสักหน่อยใช่ไหมครับ?

 

แต่บางคนก็อาจจะเถียงว่ามีการพิสูจน์แล้ว แต่ก็ไม่เคยพิสูจน์ได้ว่ามีผีมีอู่จริง

แต่ผมขอเถียงครับ เพราะการพิสูจน์สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้ผลหรอก

เพราะการพิสูจน์ในปัจจุบันของการมีอยู่ของผี เหมือนกับการนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารแล้วเรียกให้กุ้งล๊อบสเตอร์ขึ้นมานอนอยู่บนจาน

กุ้งล๊อบสเตอร์ที่ไหนวะที่จู่ๆจะวิ่งขึ้นมาอยู่บนจานให้เราแด้กซ์?

เพิ่มเติม: เรื่องนี้เอามาจากหนังสือของคุณ วินทร์ เลียววาริณ ครับ เป็นวิธีการพิสูจน์(แกมประชด)สำหรับพวกที่คิดว่ามนุษย์ต่างดาวไม่มีจริงแล้วพูดว่า "ถ้ามนุษย์ต่างดาวมีจริงมนุษย์ก็เคยเจอแล้วสิ"

ส่วนเรื่องการพิสูจน์ว่าผีมีจริงหรือไม่มีอีกหลายวิธีได้แก่

1 รอยมือคนในน้ำตาเทียนที่แข็ง

2 เสียงประหลาดในเครื่องอัดเสียงที่อัดจากบ้านผีสิง

3 พลังงานประหลาดในอากาศ

4 น้ำหนักที่หายไปของคนที่เพิ่งตาย

และอีกเยอะแยะซึ่งเป็นวิธีการพิสูจน์การมีตัวตนของวิญญาณ แต่ทำไมทางวิทยาศาสตร์ถึงไม่ยืนยันสักทีว่าผีมีจริงหรือไม่ เพราะมันแป๊ก? เพราะวิธีพิสูน์นี้เป็นแค่ข่าวลือ? เพราะมันโกหก? หรือเพราะอคติ? แต่ที่แน่ๆวิทยาศาสตร์ยังไม่ฟันธงครับ

 

ถึงปัจจุบันจะมีวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ความงมงายของความเชื่อในไสยศาสตร์ แต่มันกลับกลายเป็นว่าปัจจุบันคนเรากลับงมงายในวิทยาศาสตร์แทน

คนเราปัจุบันแค่ได้ยินว่าวิทยาศาสตร์ก็หูผึ่งเชื่อในทันที แต่กลับกันสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในหลักวิทยาศาสตร์ก็กลับกลายว่าถูก ต่อว่าหาว่ามันไม่ใช่วิทยาศาสตร์แล้วพร้อมที่จะไม่เชื่อมันในทันที

 

เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นแบบไหนคุณก็ยังงมงายอยู่ดีนั่นแหละ

เชื่อเรื่องผี เพราะเชื่อในไสยศาสร์ คือคนงมงายที่ตกยุค!

ไม่เชื่อเรื่องผี เพราะเชื่อในวิทยาศาสตร์ คือคนงมงายแบบทันสมัย!

คุณล่ะเป็นคนแบบไหน?

แต่คนที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ใช่ว่าจะไม่งมงายนะครับ (ดักคอไว้ก่อน)

 

แล้วอีกอย่างที่ผมเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะหลายคนคนที่ไม่เชื่อ มันจะไม่เชื่อโดยไม่ใช้เหตุผลใดๆทั้งสิ้น ทั้งปิดหูปิดตา พูดจาดูถูกคนที่เชือและผีแบบทุกอย่าง

ผมไม่เข้าใจ ในเมื่อไม่เชื่อก็ไม่เชื่อสิ ทำไมต้องปฏิเสธถึงการมีอยู่ของผีซะสุดขั้วด้วย

ส่้วนบางคนที่เชื่อก็เชื่อแบบงมงาย เชื่อทุกอย่างเชื่อจนเกินไป เขาหลอกให้สะเดาะเคราะห์หลอกกินตังค์เราก็ยังเชื่อ แบบนี้มันก็เกินไป!

 

แล้วเชื่ออะไรถึงจะไม่งมงาย ถึงจะไม่ตกยุค?

เชื่อในหลักของศาสนาพุทธ เชื่อในพระพุทธเจ้าครับ แม้จะผ่านไป2500กว่าปีก็ยังไม่ตกยุคแน่นอน

แต่อย่าเชื่อแบบคนไทยล่ะ ที่บอกว่าทำบุญ20บาทบริจาคสร้างวัดแล้วจะขึ้นสวรรค์นั่นก็งมงายอย่าไปเชื่อ

 

ต้องเชื่อในหลักคำสอน หรือแก่นแท้ของศาสนาครับถึงจะไม่งมงาย

กาลามสูตร(กดดูได้) นี่แหละตัวดีนักแล เชื่อในหลักนี้ไว้แล้วจะไม่งมงายแน่นอนครับ!

 

Comment

Comment:

Tweet

ผมคิดว่าวิทยาศาสซ์ไม่ได้บอกว่าไสยศาสตร์ไม่มีจริงเพียงแต่วิทยาศาสซ์ไม่สามารถเข้าใจปรากฏการณ์ที่เรียกว่าไสยศาสตร์
ก็คงเหมือนกับสมัยก่อนที่กาลิเลโอจะเกิดใครที่มาบอกว่าโลกกลมก็คงโดนด่าว่าบ้าแล้วโลกมันจะกลมได้ไงก็เห็นๆกันอยู่ว่ามันแบนแต่พอวิทยาศาสซ์พิสูตรได้โลกเป็นทรงกลมใครที่บอกว่าโลกแบนนั่นแหละที่บ้า ตอนนี้ใครที่เชื่อเรืองผีจะเรียกว่างมงายแต่ถ่าเกิดวิทยาศาสซ์เกิดสามารถพิสูตรเรื่องผีได้คนที่ไม่เชือนั่นเหละที่จะงมงาย

#36 By ion11 (118.172.147.90) on 2011-12-04 11:29

นี่มันตรรกะแบบโหลยโท่ย

เราไม่สามารถพิสูจในทางลบได้อยู่แล้วคับ ยกตัวอย่าง

คุณสามารถพิสูจว่า ซุปเปอร์แมนไม่มีจริงได้ไหมล่ะคับ? เข้าใจป่าวเนี่ยหรือว่ายากเกินไป? มันเป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจในทาง "ลบ" แต่เราพิสูจในทาง "บวก" ได้อย่างเช่น

เราสามารถพิสูจว่า วัวบินได้มีจริงโดยการไปเอาหลักฐานมาไห้
แต่ไม่สามารถพิสูจว่า วัวบินได้ไม่มีจริง เพราะว่ามันเป็นการพิสูจทางลบ ซึ่งเป็นไปไม่ได้

ยากไปเปล่าเนี่ย?

#35 By ผู้เชี่ยวฃาญด้านตรรกะ (58.11.64.161) on 2011-11-23 09:34

ความเห็นก่อนน่าเราอ่ะเปงความเห็นที่สกปรกมากเลย
คูณรู้ได้ไงว่าแสงประหลาดมันหักมุม 90 องศาค่ะ
เราก้อก้อเคยเจอกับตัวอ่ะผี ตอนอยู่หอพักกับเพื่อนwink tongue angry smile

#34 By น้องโฟร์ (125.27.123.110) on 2009-05-28 13:40

คิดได้ไง มนุษย์ต่างดาวไม่มีจริง

ทั้งกาแล็คซี่จะมีมนุษย์อย่างเดียวเรอะ


ความคิดตื้นๆ ชั่งคิดได้ คนที่บอกว่าเจอก้มีออกจะเยอะ

ทั้งที่จริง และโกหก รูปต่างๆ ที่ถ่ายมาได้ส่วนใหญ่จะ

บังเอิญจากการไปท่องเที่ยวแล้วมันฟลุ๊กเจอมากกว่า

ซึ่งมีหลายๆภาพ ที่วิทอย่างเราๆไม่สามารถอธิบายได้

แล้วมันเกิดขึ้นยังไงล่ะ มนุษย์ทำเรอะ

อีกอย่าง ผมเปนหนึ่งในพวกที่เคยเจอมาแล้วกับตัว

ผมเห็นแสงสว่างเป็นจาน บินได้บนฟ้า บินปายก้บินมา

บินเร็วๆแล้วหักมุม90องศา เครื่องบินของมนุษย์ไม่มี

อย่างนั้น อีกอย่างมันก็ใหญ่พอๆกับรถสองคันได้เลย

แล้วไหงมันบินเร็วปานนี้ = = ยิ่งผมเห็นผมก็ยิ่งเชื่อ

เรียกว่างมงายอีกเช่นกัน

พูดถึงงมงาย ก็นึกถึงกิเลส (เอ๊ะเกี่ยวกันตงไหน)

คิดกันเอาเองว่าเกี่ยวกันตงไหน

#33 By ya (125.24.65.49) on 2009-02-14 10:22

อืม งั้นก็คงไม่ต้องคิดอะไรสักอย่าง ชีวิตไม่ต้องทำอะไรกัน เพราะคิดไปเชื่อไปมันก็งมงายหมดอะนะ เราก็เชิ่อตรึ่งไม่เชื่อครึ่ง ก็งมงายอยู่ดี ก็คงต้องรอการพิสูจณ์กันต่อไป แต่ความงมงายก็อยู่กับมนุษย์แต่ไหนแต่ไรแล้ว

#32 By เวย์น (58.10.68.114) on 2009-02-09 13:11

เราเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่เคยเจอ แต่ ชื่อในเรื่องเหตุและผล มีที่มาและมีที่ไป
ถ้า ผีมีจริง ไม่เชื่อว่าเป็น เรื่อง ของไสยศาสคร์ หรอกนะคับ เชื่อว่าทุกอย่าง เป็น เรื่องของ ธรรมชาติ เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย เรื่องหลายเรื่อง วิทยาศาตร์ สามารถอธิบาย และ พิสูจน์ได้แล้ว แค่นั้นเอง แต่เรือง ผีหรือวิญญาณ มันยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ใช่ว่ามันไม่มี อยากจะบอกว่า ถ้ามันมี "จริงๆนะ" สักวันหนึ่งเราก็ต้องเป็นผี
แล้วเราจะไปกลัวทำไมว่า เราจะเจอผีตอนใหน ในสักวันหนึ่งเราจะต้องเจออยู่ดี แค่ช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง จงยอมรับเรียนรู้ และ ชิน ไปกับมัน confused smile confused smile confused smile

#31 By TOA 4 Season (124.120.139.117) on 2008-05-28 01:25

แต่ฉันว่าผีใจริงนะ แบบว่าเคยเจออ่ะ เห็นคนเดินเข้าลิฟต์ที่โรงแรมอ่ะ แล้วเราก็เลยเดินตามเข้าไป พอมองเข้าไปในลิฟต์ปรากฏว่า ไม่มีคนอยู่ในลิฟต์อ่ะแล้วที่เห็นเมื่อกี้มันคืออะไร..................

#30 By fangkhaow on 2008-04-09 09:51

ทำไมเวลาดูหนังผีแล้วชอบจิตรนาการ?...

#29 By harry on 2008-04-08 21:43


เขียนเข้ามาถึงบทสรุปได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะคะ

เชื่อเรื่องผี ไม่เชื่อเรื่องผี ได้ยินเขาพูดบ่อยๆ จนถึงวันนี้ก็ยังงง

แต่เชื่อในศาสนาพุทธ ศรัทธาอย่างแรงค่ะ

เพราะทุกอย่างเป็นไปตามการกระทำของเรา

#28 By fuchi (^^) on 2008-04-08 13:17

อย่างว่าแหละน้า บางคนเขาไม่เจอก็ว่าไม่มี แล้วไอ้คนเจอก็ขยันเจอได้อยู่นั่น