"ทำให้เป็นก่อนสิ ถ้าทำไม่เป็นก็อย่ามาพูด อย่าไปว่าเขา ทำให้ได้ก่อน"

นี่เป็นประโยคที่ผมเจอบ่อยมากในอินเทอร์เน็ต ในบทความที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆเช่น ผู้กำกับกำกับหนังห่วย คนทำหนังสือหรือโฆษณาที่ใช้ภาษาไทยผิด จนไปถึงเรื่องเล็กๆอย่าง คนวาดภาพที่วาดไม่สวย

 ผมพูดตามความจริงเลย ผมเกลียดประโยคแบบนี้มากที่สุด

 ผมไม่เข้าใจว่า การที่เราจะวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นเนี่ย เราจำเป็นต้องไปทำอย่างเขาให้ได้ก่อนหรือไงครับ ถึงจะเอามาพูดได้?

คนเราเนี่ย แต่ละคนมีหน้าที่ของเราอยู่ เรามีหน้าที่อะไรไหมที่จำเป็นจะต้องไปทำหน้าที่แบบเขาให้เป็น?

แม้เราจะไปช่วยหรือทำแบบเขาไม่ได้ แ่หน้าที่ของเราก็ยังมีอยู่ นั่นคือการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เขาทำครับ

 คนเราเนี่ยไม่สามารถรู้สิ่งที่ตนเองด้อยหรือผิดพลาดได้เองหรอก แต่มันต้องการผู้อื่นให้มาสะกิดในจุดด้อยนั้น

ไม่มีบริษัท หรือผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานคนไหนที่เพิกเฉยหรือไม่สนใจต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นหรอกครับ กลับกันเขายังให้ความสำคัญเอามากๆเพื่อที่จะพัฒนาจุดด้อยตนเองให้ดีๆยิ่งขึ้นไปอีก 

มีแต่บริษัทห่วยๆ หรือคนห่วยๆเท่านั้นที่ไม่สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์จากคนอื่น พวกคนเหล่านี้ไม่สามารถประสบความสำเร็จในอาชีพตนเองได้หรอกครับ

 

ดังนั้นการพูดทำนองว่า "ทำมันให้เป็นก่อน แล้วค่อยไปว่าคนอื่นเขา"  จึงเป็นสิ่งที่ฉุดวงการต่างๆให้ตกต่ำลงไป

ไม่รู้จุดด้อยแล้วจะพัฒนาได้ยังไงจริงไหมล่ะครับ?

 

 แต่อย่างไรก็ตาม การวิพากษ์วิจารณ์ก็มีหลักของมันอยู่ ต้องแยกให้ออกระหว่างการวิจารณ์กับการด่านะครับ

การวิจารณ์พูดได้พูดไปฟังได้ฟังไป แต่คำด่าอย่าไปพูดอย่าไปฟัง

เพราะที่มีประโยชน์คือคำวิจารณ์แต่คำด่าไม่มีประโยชน์ มีแต่โทษครับ 

Comment

Comment:

Tweet

#24 By CTDM. (101.109.114.198|101.109.114.198) on 2014-05-12 22:45

HO!!!GOOD JOD
พูดได้ดีค่ะ จริงนะค่ะที่คุณพูดมาพวกที่พูดคำนี้มักจะ(ขอโทดนะค่ะในฐานะที่เราเก่งภาษาไทยและเป็นคนพูดตรงๆขอพูดเลยนะ)บรรลัย/ชิบหายวายนันตอนนั้นเราอ่ะแค่ไปวิจารรูปภาพที่เพื่อนเรามันวาด มันก็ด่าเราว่า ทำยังทำไม่ได้เลยแล้ว ยังจะมาวิจารแบบไร้เหตุผลอีก เราไม่ชอบเลย น่าโมโหจริงเลย

#23 By Love~HEART_STATION on 2008-04-07 07:29

วิจารณ์ได้เต็มที่(แต่อย่าให้ออกทีวีเชียวนะ)open-mounthed smile
Hot! Hot! ถูกใจ entry นี้มากครับ

#22 By ดอกไม้หอม on 2008-04-07 04:35

Hot! Hot! Hot!
เห็นด้วยกับขจบ.
ฉันฟังคำพูดแบบนี้ทีไรรู้สึกทะแม่งๆทุกที
คนฟังก็ต้องแยกแยะคำวิจารณ์ให้ออกแล้วเลือกใช้ประโยชน์จากมัน
คนวิจารณ์ก็ต้องวิจารณ์ให้เป็นด้วย

#21 By flawas on 2008-04-05 21:23

เห็นด้วยเลยนะค่ะ
ถ้าหากไม่มีคำวิจารณ์แล้ว
ก็คงไม่มีการปรับปรุง

แต่กับคำด่ามันไม่ใช่อย่างนั้น
เพราะมันเป็นการทำลายกำลังใจของผูสร้างสรรค์ผลงานค่ะ

#20 By ~memay~ on 2008-04-05 17:47

แหม่ๆ มันคือความจริงที่น่าสนใจอ่ะ

ความถูกต้อง กับ ... ความคิด

การคอนทราสกันของสองคำนี้

มีอะไรมาให้ขบคิด

เอาเป็นว่า .. ทุกอย่างต้องอยู่บนความพอดี

ผมว่าน่าจะใช้ได้นะครับ

หรือคุณเจ้าของ ว่าอย่างไร

อยาก discuss กับ คนแบบนี้ อิอิ

มีมุมมองที่แปลกใหม่ ชวน คอนทราสดีครับ





คอนทราสสลวย

5.4.08

#19 By สลวยเบลอ on 2008-04-05 16:59

ค่ะ ค่ะ ค่ะ ใจเย็นนะคะ

#18 By 2spot studio on 2008-04-05 16:08

ต้องบอกว่า
ถ้าวิจารณ์ไม่เป็น ไปฝึกวิจารณ์ให้เป็นก่อน แล้วค่อยมาวิจารณ์
จะถูกกว่าล่ะครับ อิอิ

หลาย ๆ คนหยิ่งทนงในความสามารถด้านการวิพากษ์วิจารณ์
แต่ไม่ได้สำเนียกใจว่า วิจารณ์ไม่เป็นครับ
การวิจารณ์ที่ดี คือการบอกถึงข้อดีและข้อเสียให้ครบ
ไม่งั้นจะกลายเป็นการ วิพากษ์ จนเกิด พิพาท

ดั่งที่ได้เห็นตัวอย่างตามข่าวการเมืองไงครับ นั่นแหละ วิจารณ์ไม่เป็น บ้านเมืองถึงได้ย่ำแย่แบบทุกวันนี้

ดังนั้นก่อนจะเริ่มวิจารณ์ใคร ก็ไม่จำเป็นต้องทำอาชีพหรือสร้างผลงานให้เป็นก่อนหรอกครับ
เพียงแค่
"วิจารณ์ตัวเองให้ได้ก่อน"
"แล้วค่อยไปวิจารณ์ชาวบ้านเขา"
นี่แหละ ถึงจะเหมาะสมกว่าครับ

#17 By นิเกะ on 2008-04-05 12:42

แต่ว่าผมเห็นด้วยกับคำพูดนี้นะครับ จริงๆมันก็ไม่ได้ตรงตัวขนาดทำให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาว่าหรอก แต่ว่า ถ้าไม่รู้จริงทุกกระบวนการก็อย่ามาพูดมากเลย ประมาณนั้น ซึ่งเรื่องนี้ หากคนที่ไม่ได้อยู่ในจุดที่ทุนเท แรงทั้งชีวิต (ตอนนั้น )ทำเพื่อคนอื่น คงไม่มีวันได้เข้าใจแน่นอน กับการโดน วิจารณ์ โดยที่เค้าคนนั้น ไม่รู้อะไรเลยซักนิด เห็นแต่เพียงผิวๆ แล้วก็มาว่าไม่ดีอย่างโน้น อย่างนี้ โดยไม่มีการเสนอทางออก

มันไม่ใช่ว่าเรารับไม่ได้หรอกนะ คำวิจารณ์เนี่ย แต่ถ้าเป็นแต่ว่า อย่างเดียวเนี่ย ผมว่าจริงๆความจะหุบปากไปเลยด้วยซ้ำไม่สร้างสรรค์ เอามากๆ ผมเองเคยเป้นคนที่จัดงาน หรือกิจกรรมต่างๆในสมัยเรียน โดนมาเยอะแยะ ได้แต่ เก็บไว้ในใจ ตีหน้าซื่อรับคำด่า

มันต่างจากการวิจารณ์หนังนะ เพราะ อันนั้นเป็นเรื่องของความรู้สึก หรือการชิมก็เป็นเรื่องความรู้สึก

การที่วิจารณ์คนอื่นโดยไม่เสนอแนวทางที่ดีมันก็เหมือนกับกระทืบคนล้มนั่นหละ ครับ ถ้าคนที่ล้มไปจะลุกขึ้นมาตอบโต้บางคงไม่ผิดกระไร มั่ง

#16 By หมูทอดซามะ on 2008-04-05 12:04

อย่างบางทีก็พูดยากนะครับเรื่องอย่างนี้ เพราะบางทีเรื่องบางเรื่องมันซับซ้อน เหมือนกับภูเขาน้ำแข็งที่โผล่มาให้เห็นเฉพาะยอด แต่ปัญหาหรือวิธีการอยู่ใต้น้ำอีกสิบเท่า

อย่างบางอย่างก็ไม่สามารถทำได้เพราะทรัพยากรที่เรียกว่าเงินเป็นทรัพยากรจำกัดอย่างยิ่งยวด

นอกจากนี้ยิ่งถ้าเป็นคนรู้จักยิ่งวิจารณ์มากก็ลำบาก"ใจ"ทั้งสองฝ่ายอีก ลองนึกภาพแม่ทำกับข้าวให้กิน แล้ววิจารณ์กลางโต๊ะ คงโดนส้อมแทงปากแหงๆ confused smile

#15 By manop on 2008-04-05 11:02

ผมว่านานาจิตตังครับ เราพูดเราวิจารณ์เราติเพื่อที่จะก่อ เขาไม่รับไม่ฟังเอาเเต่ยึดทิฐิมันก็เรื่องของเขา เพราะคนพวกนี้มันเปลี่ยนความคิดยากกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาซะอีก
big smile

#14 By raycircle on 2008-04-05 01:25

รู้จักฟังคำวิจารณ์ที่ปราศจากอคติแล้วปรับปรุง

และเพิกเฉยต่อคำด่าที่บั่นทอน

big smile

#13 By ย้าย on 2008-04-05 01:24

ผมว่าก็ไม่ถูกซะทีเดียวนะ

มันขึ้นอยู่กับว่ามันเป็นเรื่องอะไรมากกว่า
เพราะเรื่องบางเรื่อง จะไปวิจารณ์เขาได้ ก็ต้องมีความรู้จริงๆ
ไม่ใช่สักเเต่ว่าพูดขึ้นมาลอยๆ

อีกอย่างมาตรฐานมนการรับรู้ของเเต่ละคนก็ไม่เท่ากันด้วย
คำพูดประโยคเดียวกัน บางคนอาจมองว่าเป็นคำเเนะนำ
ในขณะที่อีกคนอาจมองว่าเป็นคำด่า

#12 By Red on 2008-04-05 00:10

การติเตียนกับการวิพากษ์วิจารณ์ไม่เหมือนกัน การติมันออกมาจากความไม่ชอบส่วนตัว บางทีแค่หมั่นไส้เฉยๆ บางทีตัวเองปัญญาไม่ถึงจึงดูไม่รู้เรื่องหรืออ่านไม่เข้าใจ บางทีไม่ชอบหน้าคนทำ หรือไม่่ถูกใจโดยไม่มีเหตุผลก็ติ แต่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างน้อยควรจะรู้ว่าไอ้ที่เราวิจารณ์มันคืออะไร ไอ้ที่ถูกที่ดีที่อร่อยมันเป็นยังไง แล้วที่ไม่ถูกไม่ดีไม่อร่อยนี่มันพลาดไปตรงไหน ทำความเข้าใจมันซะหน่อย ไม่ถึงกับต้อง "ทำเป็น" หรอก แต่การดูเป็น อ่านเป็น ดูออก อ่านออกน่ะจำเป็นนะ ไม่งั้นก็ได้แค่ติไปวันๆ ไม่เกิดผลอะไรนอกจากสะใจที่ได้ติ

#11 By RAE (203.156.31.48) on 2008-04-04 23:31

ถูกHot!

#10 By be-gift on 2008-04-04 22:49

การวิจารณ์ก็เหมือนการชิมรสชาติอาหารครับ big smile

บางครั้ง พ่อครัวก็เจอลูกค้าที่ไม่มีเหตุผลทำำเอาปวดหัว
บางครั้ง ลูกค้าก็เจอพ่อครัว(ที่คิดไปเองว่า)ฝีมือเทวดา
แต่โดยพื้นฐานแล้วต้องมีฝ่ายหนึ่งปรุงและฝ่ายหนึ่งชิม
ถ้าชิมแล้ววิจารณ์ไม่ได้ ก็คงต้องไปเป็นคนปรุงกันหมด

#9 By chubby on 2008-04-04 20:49

"ทำให้เป็นก่อนสิ ถ้าทำไม่เป็นก็อย่ามาพูด อย่าไปว่าเขา ทำให้ได้ก่อน"

ไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้มากๆเช่นกันครับ

คนที่จะมีคำวิจารณ์ที่ดีได้ไม่จำเป็นต้อง"ทำได้"ครับ
แต่ต้อง"รู้จริง"

"รู้ให้จริงเสียก่อนแล้วค่อยไปว่าเขา ถ้าไม่รู้จริง อย่าพูด"
น่าจะเหมาะสมกว่า

รู้มากรู้น้อยไม่สำคัญขอให้รู้จริง หากรู้ไม่จริงมันจะเป็นยาพิษแก่ผู้รับ

บางครั้งเองผู้ให้ก็ไม่ได้เจตนาร้าย คือเข้าใจผิดว่ามันถูก ผู้รับฟังเองก็ไม่รู้น้อมรับด้วยเจตนาดี

ส่วนทำไงให้รู้จริงก็มีหลายทาง
เบื้องต้นก็คือลองทำเอง ถ้าใช้ได้ ก็คือรู้จริง
อย่างน้อยมันก็เป็น1วิธีที่ใช้ได้จริง
ก็เลยเกิดเป็นคำพูด
"ทำให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาพูด"


แต่อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้รู้จริง คือ อ่านความรู้จากคนที่เคยทำมาแล้ว
นั่นคือการต่อยอดจากคนที่รู้แล้ว
ก็จะทำให้รู้จริง

ยิ่งบางอย่างที่เข้าใกล้สิ่งที่ว่า ไม่มีผิดถูกชัดเจน
ยิ่งต้องรู้จริงก่อนจะพูดอะไรออกมาเพราะ
ถ้าเขาเชื่อ นั่นอาจจะเปลี่ยนชีวิตเขาได้เลยในบางเรื่อง

แต่เรื่องที่ไม่มีผิดถูกชัดเจน ในความคิดผมตอนนี้
ผมเชื่อว่า อย่างน้อย หากเราเคยลองเคยรู้ ว่ามันใช้ได้
เรามีสิทธิ์แสนอให้เขาเลือก

หากไม่เชื่อว่าจริง ก็พิสูจนแย้งด้วยความรู้จากที่อื่น
หรือลองทำ


กระบวนการพวกนี้ทำให้เกิดคนรู้จริง
คนรู้จริงทำให้ วงการทุกวงการพัฒนาได้ด้วยคำวิจารณ์

แต่ถูกฉุดลงด้วย คำวิจารณ์จากคนรู้ไม่จริงเช่นกันครับ




ไม่จำเป็นต้องเป็นนายก ก็สามารถวิจารณ์การแก้รัฐธรรมนูญได้ถ้ารู้จริง
รู้ลึกก็วิจารณ์ได้ลึก รู้น้อยก็วิจารณ์ได้น้อย


ความรู้จริงไม่จริง บางทีอ่านจากคำวิจารณ์เรื่องนั้นๆแล้ว
ก็สามารถดูได้ไม่ยาก ถึงแม้บางทีจะมีพวกเนียนดำน้ำเก่ง...

แต่คำวิจารณ์หวังดีรึไม่ ดูไม่นานก็ออก
ถ้าเป็นความหวังดี ไม่ว่ายังไง เชื่อเถอะครับว่านักวาดต้องดีใจ ยังไงเขาก็ดูผลงานเรามาแล้วถึงมาวิจารณ์ให้^ ^


#8 By garun on 2008-04-04 20:30

กำลังจะเขียนเรื่องนี้พอดีเลย

มี entry นี้ไม่ต้องเขียนเองละ


ได้ยินคำพูดนี้แล้ว รู้สึกประมาณว่า

ถ้าตูเห็นนายกทำอะไรห่วยๆ ตูต้องไปเป็นนายกเองใช่ไหม ถึงจะฟังตู

ประโยคนี้เป็นประโยคที่งี่เง่าที่สุดประโยคหนึ่ง

#7 By book on 2008-04-04 20:02

ถึงเราจะทำกับข้าวไม่เป็น

เราก็รับรู้ได้ว่ากับข้าวจานไหนอร่อย ไม่อร่อย นะ

#6 By preme (125.25.209.207) on 2008-04-04 19:43

"แม้เราจะไปช่วยหรือทำแบบเขาไม่ได้ แ่หน้าที่ของเราก็ยังมีอยู่ นั่นคือการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เขาทำครับ"

....เห็นด้วยกับเอนทรี่นี้....ยกเว้นประโยคที่ยกมา
....ทำแบบเค้าได้หรือไม่....ไม่ใช่ขอบเขตของการวิจารย์
....แต่ไม่คิดว่าจะมีใครมีหน้าที่ในการวิจารย์นะ
....เราควรวิจารย์ตามสิทธิตามความเห็นไม่ใช่ตามหน้าที่ (ความเห็นส่วนตัว)
....แล้วผู้ถูกวิจารย์ก็อธิบายขยายความไปตามเห็นสมควร จะถึงขั้นทะเลาะเถียงกันรุนแรงก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
....ทะเลาะด้วยความคิดความเห็น....ไม่ใช่ไสเขาขวิดกันแบบควาย
'block cool!'

#5 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-04-04 19:33

เมื่อก่อนผมก็ชอบพูดนะครับคำนี้ sad smile รู้สึกเหมือนว่า เราทำแทบตาย มาว่าซะเสียหาย แต่ตอนนี้เริ่มรับฟังมากขึ้นครับ เพราะรู้ว่ามันเป็นประโยชน์ของเรา

แต่บางทีคำวิจารณ์บางคำก็อาจทำให้เราฉุนขาดได้เหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะพวกที่วิจารณ์แบบไม่มีเหตุผล open-mounthed smile แล้วไอ้ประโยคนี้แหละครับที่จะหลุดปากออกมา

#4 By NOT_KUNG on 2008-04-04 19:09

เห็นเอนทรี่นี้เพราะขึ้นฮอต แต่ขอแปะให้อีกดวงครับ Hot!

เห็นด้วยมากๆกับข้อความข้างต้นครับ

ผมเชื่อว่ามีคนหลายคนชอบฟังความคิดเห็นหรือคำวิจารณ์จากผู้อื่น แต่ไม่ชอบฟังคำด่าครับ (แต่บางครั้ง2สิ่งนี้ถูกบางคนจับเหมารวมกัน ทำให้บางคนไม่กล้าจะวิจารณ์ตรงๆ)

#3 By SkyKiD on 2008-04-04 17:51

คือมันก็มีการวิจารณ์แบบเชิงสร้างสรรค์กับทำลายด้วยนะครับ
ไม่ใช่ว่าวิจารณ์มาเป็น Feedback แล้วเราจะต้องรับไปทั้งหมด
ถ้ารับทั้งหมดก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ไม่มี Self เป็นของตัวเอง
ก็รับแต่คำวิจารณ์ที่มีประโยชน์ สามารถไปแก้ไข ปรับปรุง Apply ได้
แล้วถ้าวิจารณ์ไม่มีประโยชน์จะคล้าย ๆ กับด่า แต่มันไม่ใช่ครับ มันจะสุภาพกว่า
คือเราดูก็จะรู้เลย โอเควิจารณ์จริง แต่แอบกวนส้นตีนนะ
คือคำวิจารณ์มันต้องอิงอยู่บนความเป็นกลางด้วย ไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่งเกินไป
และคนวิจารณ์ต้องสามารถอ้างอิงอย่างเป็นหลักเป็นผลได้
(ยกเว้นว่าสิ่งนั้นจะคาบเกี่ยวกับความรู้สึก ศิลปะ หรือเรื่องของอารมณ์)
ผมเองก็เชื่อว่า "คนชิมอาหารเป็น ไม่จำเป็นต้องทำอาหารอร่ิอยเสมอไป"
...
แต่บางทีคนชิมปากหมาเกินห้ามใจ พ่อครัวที่ไหนก็ไม่อยากสุงสิงด้วยทั้งนั้นแหละครับ big smile
และพ่อครัวเองก็ควรรับฟังด้วย ไม่ใช่รับแต่สิ่งดี ๆ ระรื่นหู
ถ้าคนชิมวิจารณ์ (ด้วยความสุภาพและมีมารยาทพื้นฐานทางสังคม)
เชื่อผมเถอะ พ่อครัวดี ๆ เขารับฟังหมดแหละครับผม confused smile
ยกเว้นพวกกุ๊กเทวดา...ปล่อยมัน เดี๋ยวพวกนี้มันก็จะตกชั้นไปเอง

#2 By mondaytakeshi on 2008-04-04 17:49

Hot! แปะ...

เห็ยด้วยเลยค่ะ - - มันเหมือนกับไม่ยอมรับความจริงนะคะ

กับการที่มีใครซักคนไปวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบของเขา

แล้วเกิดรับไม่ได้ขึ้นมา ออกแนวไม่รับความจริง

หรือใครซักคนที่ชื่นชอบแต่ไม่รับฟังความคิกเห็นของผู้อื่น

ก็ัตัดประโยคออกมาว่า "ทำได้อย่างเขาหรือเปล่าถึงมาว่า"

หรือ "มีปัญญาทำได้อย่างนั้นไหมละ" คือ ........

สงสัยมานานละว่าทำไมงั้นมันไม่บอกไว้เลยหละว่าไม่รับคำติ รับแต่คำชมน่ะ

แล้วเมื่อไหรมันจะพัฒนาตามที่เขียนมาน่ะแหละค่ะ angry smile

ไม่ดีเลยน๊า..เฮ้อ

แต่ใครหลายคนที่พิมพ์มาอย่างนั้น

อาจมีมุมมองว่าการวิจารณ์กลายเป็นคำด่าไปแล้วละมั้งคะ ?

#1 By » {๐๔} d r e a м .™ on 2008-04-04 09:19